ทนายเดชาชี้โพสต์คดีแตงโมหวังยอดวิว ห่วง ‘อัจฉริยะ’ ไม่มีเวลาขึ้นศาล

22.05.22 | 17:13 น.

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ สน.โคกคราม นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีแจ้งความนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ พร้อมเปิดเผยว่า กรณีที่นายอัจฉริยะออกมากล่าวว่ารู้ตัวคนทำ เวลาที่เกิดเหตุ และชี้ว่าเป็นเหตุฆาตกรรม รวมถึงกรณีที่กล่าวหาว่าตำรวจภูธรภาค 1 สร้างหลักฐานเพิ่มนั้น อยากจะย้อนถามกลับว่า หากมีหลักฐานทำไมไม่นำมาแถลงข่าว ทั้งที่ไลฟ์สดจนได้ยอดวิวเยอะ อีกทั้งทราบข่าวมาทางนายอัจฉริยะมีพยานหลักฐานคนสำคัญ คาดว่าน่าจะเป็นบังแจ็ค ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการปล่อยคลิปหรือไม่นั้นอยากจะให้ไปสัมภาษณ์นายอัจฉริยะโดยตรงมากกว่าว่าทำไมถึงทราบความคืบหน้าของโพสต์ดังกล่าวตลอด


นายเดชากล่าวอีกว่า ในส่วนของโพสต์แตงโมนั้น ทางแม่แตงโมไม่ทราบเรื่องว่าใครเป็นคนทำ แต่กรณีที่นำเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมของบุคคลที่เสียชีวิตแล้วมาโพสต์ข้อความตามที่เป็นกระแสอยู่นั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งมาตรา 9 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหมิ่นประมาทในการโฆษณา ส่วนตัวมองว่าจุดประสงค์ที่นำมาโพสต์นั้น บุคคลดังกล่าวน่าจะหวังยอดวิว ยอดแชร์ หรือหวังชี้นำสังคม รวมถึงสร้างความปั่นป่วนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โทรศัพท์อยู่ที่แม่แตงโม ซึ่งภาพที่นำออกมาโพสต์จนเป็นกระแสนั้นอยู่ในสำนวนของพนักงานสอบสวน และไม่มีผลต่อคดี ส่วนข่าวที่ออกมาว่าแม่ปลดจากคดีแตงโมนั้นเป็นเรื่องโกหก เพราะตนยังติดต่อกับแม่แตงโมอยู่ตลอด และความสัมพันธ์ในตอนนี้ยังเหมือนกับเพลง “ความรักไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

นายเดชากล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ว่าก็ยังรักกันและเป็นเพื่อนกันดี ไม่มีการแย่งคดีแน่นอน ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้รู้สึกกังวลใจ และคาดว่าคดีความที่มีการฟ้องร้องจะมีการออกหมายเรียกไม่เกินสิ้นเดือนนี้ และหลังจากนี้จะมีคดีอื่นตามมาอีก จากคอมเมนต์ไลฟ์สดนายอัจฉริยะที่สงสัยว่ามักจะพูดปากสั่นๆ คิ้วกระดก มองซ้ายขวาไปมานั้น ตนเชื่อว่าไม่มีใครจะมายิง แต่จะมีเชิญตัวไปให้ปากคำ โดยตนรู้สึกเป็นห่วงนายอัจฉริยะมากกว่า เพราะกลัวจะไม่มีเวลาไปขึ้นศาล และยืนยันว่ายังสนิทมาก รักกันจนถึงขั้นต้องมาแจ้งความเพิ่ม เพราะอยากให้เพื่อนอยู่เป็นที่เป็นทาง ซึ่งถ้าแพ้คดีก็คงจะอยู่ในเรือนจำต่อ แต่ถ้าชนะก็มานั่งไลฟ์สดต่อได้ และนอกจากถูกตนแจ้งความแล้ว เชื่อว่าทางหน่วยงานที่ถูกพาดพิงน่าจะมีการตรวจสอบเพิ่มในกลุ่มแพทย์ ทั้งแพทย์ที่ไม่ได้ผ่าศพ แต่เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ตลอด และแพทย์ที่นำความลับในนิติเวชไปเปิดเผย

 

Advertisement