เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 พฤษภาคม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้เดินทางมาเลือกตั้ง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พร้อมกับให้สัมภาษณ์ถึงการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแตงโม ดาราสาวชื่อดังที่พลัดตกสปีดโบ๊ตเสียชีวิตว่า เฟซบุ๊กและไอจีส่วนตัวของแตงโมมีความเคลื่อนไหว ทราบมาว่าเป็นฝีมือของบังแจ็ค เนื่องจากได้รับข้อมูล จากนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม โดยแม่ได้ให้รหัสของโทรศัพท์ให้กับบุคคลหนึ่ง ที่อาสาจะช่วยเหลือคดีแตงโม และบุคคลนี้ ได้นำเอาข้อมูลนี้ไปให้บังแจ็ค ที่อยู่ต่างประเทศ เนื่องจากหากโพสต์หรือติดนำข้อมูลมาเปิดเผยที่ประเทศไทยก็จะถูกติดตามตัวได้ง่าย ดังนั้น จึงให้บังแจ็คที่อยู่ต่างประเทศ นำข้อมูลของแตงโมออกมาโพสต์
สังเกตจากการโพสต์รูปและข้อความต่างๆ ที่โพสต์รูปกระติกตนอยู่บนเรือ พร้อมข้อความว่า ขอผู้ใจดี “ปล่อยเพจให้เราหน่อยเราจะเปิดวีรกรรมเพื่อนรักเรา” จากนั้น ไอจีของบังแจ็ค มาตอบคอมเมนต์ว่า “เอาเพจเราไปเลยครับ” และมีการสนทนาตอบกลับจากแตงโม ว่า “หนูใช้เฟสพี่ได้ ใช่ไหมคะ? “ แล้วนอกจากนี้ ลักษณะการใช้ภาษา เหมือนกันที่บังแจ็ค ส่งข้อความไปข่มขู่นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. เลย
นายษิทรากล่าวว่า มองว่านี่คือหลักฐานชัดเจนว่าเป็นบังแจ็ค ลักษณะเป็นการพิมพ์เองตอบเอง ส่วนตัวมองว่าวัตถุประสงค์ที่ออกมาทำแบบนี้ เพราะต้องการหาแสงและปั่นป่วนคดี ไม่ได้อยากจะมาช่วยเหลือจริงๆ เพราะผ้าขาวที่บอกจะส่งมาให้นั้น ก็ยังส่งมาไม่ถึงประเทศไทยเลย
“สำหรับการที่แม่เอาข้อมูลส่วนตัวของแตงโมไปเปิดเผยให้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องทางคดีมันส่งผลเสียเป็นอย่างมาก เพราะเวลามีใครคิดถึงแตงโม ก็จะไปเปิดเฟซบุ๊กดูความภาพในอดีต ก็จะคลายความคิดถึง แต่ตอนนี้เฟซบุ๊กถูกปิดไปแล้ว คิดว่าแม่น่าจะรู้แล้วว่า สิ่งที่ทำลงไปมันเป็นผลเสีย ซึ่งเรื่องนี้มองว่าหากแม่ไปแจ้งความตำรวจจะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียด” นายษิทรากล่าว
ส่วนเหตุผลที่แม่ให้คนสนิทติดต่อตนเองมานั้น มีกระแสข่าวว่า คุณแม่เริ่มถอดใจจากทนายเดชา ทนายความส่วนตัว เพราะไม่มีความเชื่อมั่น หลังจากที่ตำรวจได้แถลง แล้วนำภาพมาจากกูเกิล ทำให้หมดความน่าเชื่อถือ ซึ่งยืนยันว่าตนจะไม่รับเป็นทนายความให้แม่ เพราะไม่ชอบแย่งคดีหรือแทงข้างหลังใคร จึงเป็นไปได้ว่าแม่อาจจะเททนายเดชา แล้วไปหาเพื่อนรักของเขาแทน
ส่วนกรณีที่นายอัจริยะ เปิดหลักฐานสำคัญทางคดี ตนก็รอดูอยู่ พร้อมกับ ชื่นชมความพยายามในการหาหลักฐานออกมาเปิดเผย แต่ข้อมูลที่เปิดเผยออกมานั้น จะมีความแปลกใหม่หรือคดีพลิกได้หรือไม่นั้น ต้องรอดู เพราะข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ออกมา มองว่า มันคือข้อมูลเดิมที่ไม่มีความแปลกใหม่ ทั้งนี้ ตนมองว่า คดีแตงโม มีความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แรก

