ทนายยื่นหนังสือถึง อสส.ขอ ตร.เรียกพยานสอบเพิ่มคดี ‘ทานตะวัน’ ผู้ต้องหา ป.อาญา ม.112

23.05.22 | 16:12 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ อายุ 20 ปี นักเคลื่อนไหวอิสระ อดีตกลุ่มทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีตาม ป.อาญา มาตรา 112 ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ม.368 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในคดีโพสต์เฟซบุ๊กไลฟ์สด เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2565 มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในคดี โดยมีนายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ลงมารับหนังสือด้วยตนเอง


นายกฤษฎางค์กล่าวว่า น.ส.ทานตะวัน ไม่มีโอกาสมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง จึงอยากขอให้ท่านอัยการสูงสุดพิจารณา และระบุพยานมาทั้งหมด 3 ฝ่าย คือ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิสูจน์ประเด็นเกี่ยวกับการกระทำของผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาในเชิงธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติในประวัติชาติไทยว่าไม่ได้เป็นการติดต่อประเพณีและวัฒนธรรมซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นฯแต่อย่างใด, อ.พนัส ทัศนียานนท์ อดีตอัยการ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิสูจน์ประเด็นเกี่ยวกับการกระทำของผู้ต้องหาว่าไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และเป็นเสรีภาพที่ได้รับการปกป้องจากกฎหมาย, อ.รณกร บุญมี อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพิสูจน์เกี่ยวกับการกระทำของผู้ต้องหาว่าไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตราอื่นตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด จึงขอฝากหนังสือไปยังอัยการสูงสุดเพื่อขอความเป็นธรรมในการสอบพยานเพิ่มเติม

ด้านนายอิทธิพรเปิดเผยว่า เรื่องนี้คงต้องนำเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณา ซึ่งทางเราจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาฝากขังครั้งสุดท้ายที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอฝากขังเอาไว้และจะครบภายในวันที่ 29 พ.ค.การที่ทางทนายของ น.ส.ทานตะวัน มายื่นเอกสารทางเราก็จะรีบดำเนินการภายในวันนี้ทันที ส่วนจะมีคำสั่งอย่างไรต่อไปเป็นเรื่องดุลพินิจของคณะกรรมการทำงาน ในส่วนของการให้ประกันตัวนั้นขอเรียนว่าเป็นอำนาจของทางศาล ที่ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาให้ฝากขังต่อหรือไม่ เพราะในคดีของมาตรา 112 ก็มีผู้ต้องหาหลายคนที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เพราะไม่ได้มีการกระทำที่จะไปก่อความวุ่นวาย และกระทำความผิดซ้ำอีก

เมื่อถามความเห็นของอัยการต่อปัญหาสุขภาพของ น.ส.ทานตะวัน นั้นนายอิทธิพร กล่าวว่าบอกตามตรงก็ไม่อยากให้อดอาหารการที่ถูกดำเนินคดีแล้วอดข้าวประท้วงก็ไม่ใช่ทางแก้ไขที่ดี เพราะควรจะมีสุขภาพสมบูรณ์ มาดำเนินคดีพิสูจน์ความจริงว่าเป็นอย่างไรมีเจตนาอย่างไรก็ฝากว่าขอให้ทานอาหาร

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมีรายละเอียดดังนี้ เรื่อง ขอความเป็นธรรมและขอให้สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม คดีหมายเลขดำที่ 4252/2555 ของศาลอาญา ตามที่พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ส่งสำนวนคดีอาญาที่ได้สอบสวน แล้วซึ่งมี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ เป็นผู้ต้องหาเสนอมาที่พนักงานอัยการเพื่อพิจารณา และขณะนี้พนักงานอัยการได้รับสำนวนคดีดังกล่าวไว้แล้วและได้ยื่นขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลอาญาไว้เมื่อวันที่ 20 พ.ค.65 รายละเอียดปรากฏตามสำนวนคดีดังกล่าว ซึ่งพนักงานอัยการได้รับไว้แล้ว

ข้าพเจ้าในฐานะทนายความของ น.ส.ทานตะวัน ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวดัง ปรากฏตามสำเนาใบแต่งทนายความที่ส่งมาพร้อมหนังสือฉบับนี้ มีความประสงค์ที่จะยื่นร้องขอความเป็นธรรม จากอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหาในการพิจารณาสั่งคดี ทั้งนี้ผู้ต้องหารายนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการสอบสวนของพนักงานสอบสวนอย่างมาก จนเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ตามกฎหมาย จึงขอความเป็นธรรมจากท่านด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในสำนวนคดีนี้ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า พนักงานสอบสวนนำหมายจับของศาล ไปจับกุมตัวผู้ต้องหาตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.65 และแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลที่มีอายุ เพียง 20 ปีในข้อหาอุกฉกรรจ์หลายข้อหาดังปรากฏในสำนวนแล้ว ทั้งที่พฤติการณ์ที่อ้างมานั้นล้วนแต่เป็น ข้ออ้างที่เลื่อนลอยขาดเหตุผลรองรับข้อกล่าวหา โดยเจตนากลั่นแกล้งผู้ต้องหาซึ่งมีความคิดเห็นทางการเมือง ขัดแย้งกับรัฐบาลเท่านั้น

ข้อ 2 ภายหลังจากที่จับกุมตัวผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนฝากขังผู้ต้องหาจนถึงบัดนี้ นับเป็นเวลา 78 วันแล้ว โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวมาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาถูกขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกรุงเทพ และโดยพฤติการณ์แห่งการสอบสวนคดี พนักงานสอบสวนเร่งรัดการ สอบสวนโดยสอบเฉพาะพยานของผู้กล่าวหาเท่านั้น โดยพนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนพยานของผู้ต้องหา แต่อย่างใดทั้งที่ผู้ต้องหาร้องขอให้สอบสวนพยานของฝ่ายผู้ต้องหาหลายครั้ง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหา และเป็นการกระทำที่ผิดต่อประมวลวิธีพิจารณาความอาญาอย่างร้ายแรง เพราะพนักงานสอบสวนมีหน้าที่พิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาด้วย จึงเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ต้องหา

ข้อ 3 การที่ผู้ต้องหาถูกขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกรุงเทพจนบัดนี้จึงทำให้ไม่มีโอกาส ต่อสู้คดีนี้อย่างเต็มที่ในชั้นสอบสวนแต่อย่างใด

ด้วยเหตุผลที่เรียนมาทั้งหมดข้างต้นผู้ต้องหาเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการคดีนี้ ทั้งนี้ โดยผู้ต้องหามีความประสงค์ที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนในชั้นสอบสวนเพื่อให้พนักงานอั คำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้

ข้าพเจ้าในฐานะทนายความของผู้ต้องหาจึงขอเรียนขอความเป็นธรรมจากอัยการสูง พิจารณาและมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนคดีนี้ทำการสอบสวนพยานผู้มีรายนามดังต่อไปนี้เพื่อพิสูจน์ บริสุทธิ์ของผู้ต้องหา

1. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาส พิสูจน์ประเด็นเกี่ยวกับการกระทำขอผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาในเชิงธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติในประวัติศ ชาติไทยว่าไม่ได้เป็นการติดต่อประเพณีและวัฒนธรรมซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นฯแต่อย่างใด

2. อาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ อดีตอัยการ อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิสูจน์ประเด็นเกี่ยวกับการกระทำของผู้ต้องหาว่าไม่ ความผิดต่อกฎหมายและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และเป็นเสรีภาพที่ได้รับการปกป้องจากกฎหมาย

3. อาจารย์รณกร บุญมี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพิสูจน์เกี่ยวกับการกระทำของผู้ต้องหาว่าไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตราอื่นตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด

จึงขอให้อัยการสูงสุดได้พิจารณาให้ความเป็นธรรมและมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนพยานที่ระบุข้างต้นตามประเด็นที่ระบุไว้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาต่อไป อนึ่งเนื่องจากขณะนี้ผู้ต้องหาถูกคุมขังอยู่และมีสภาพร่างกายที่อิดโรยมากไม่สามารถ ขอความเป็นธรรมได้ด้วยตัวเอง ข้าพเจ้าในฐานะทนายความของผู้ต้องหาจึงมาดำเนินการแทน