“อัจฉริยะ” ลงสปีดโบ๊ตจำลองภาพถ่าย กระติก-แตงโม มุ่งเป้าฆาตกรรม

24.05.22 | 13:53 น.

“อัจฉริยะ” ลงสปีดโบ๊ตจำลองภาพถ่าย กระติก-แตงโม มุ่งเป้าฆาตกรรม ซัดกระติกอย่าปากดีให้รีบฟ้อง


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ที่ท่าเรือเทเวศน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมผู้เชี่ยวชาญของชมรมฯ ลงเรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือเทเวศน์ ไปยังใต้สะพานพระราม 8 เพื่อทดสอบถ่ายภาพนำมาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายของ น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก และ น.ส.นิดา พัชรวีระพงศ์ หรือแตงโม ดาราสาวชื่อดัง ที่ถ่ายในวันเกิดเหตุก่อนแตงโมตกเรือ ทั้งภาพที่ถ่ายเดี่ยวและรูปที่ถ่ายคู่กัน หลังมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการแก้ไข ตัดต่อหรือไม่ โดยเริ่มต้นการทดสอบจุดแรก บริเวณกลางแม่น้ำใกล้สะพานพระราม 8 และวนอยู่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที

ภายหลังการทดสอบ นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า มี 3 ภาพที่ต้องพิสูจน์ คือภาพ กระติก แตงโม และนักข่าวช่องหนึ่ง ซึ่งฉากหลังมีต้นไม้กับป้ายโฆษณา ดังนั้นจึงลองทดสอบว่าความสูงของป้ายกับต้นไม้สัมพันธ์กันหรือไม่ ซึ่งพบว่าสัมพันธ์กัน ไม่พบสิ่งผิดปกติ ส่วนจะเป็นภาพตัดต่อหรือไม่นั้น ทีมงานได้พิสูจน์มาแล้วว่าไม่ง่ายที่จะตัดต่อ แต่สิ่งที่อาจเป็นไปได้คือการแก้ไขเวลาถ่ายภาพในภาพเดี่ยวของกระติก เพราะเมื่อเทียบกับไทม์ไลน์จีพีเอสเรือ เป็นไปไม่ได้ที่จะย้อนกลับมาถ่ายรูปดังกล่าวได้ ส่วนที่ตำรวจแถลงข่าวไปนั้น ตำรวจเพียงยืนยันว่าตรวจสอบแล้วว่าภาพไม่ได้ตัดต่อ แต่ไม่ได้พูดถึงกรณีแก้ไขเวลา ซึ่งตัวแทนผู้เชี่ยวชาญยังยืนยันว่า นอกจากวันเวลาถ่ายภาพแล้ว หากนำใช้ซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ ก็สามารถแก้ไขได้ รวมถึงตำแหน่งจีพีเอสที่ถ่ายภาพเช่นกัน

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้า จะมีการใช้โดรนใต้น้ำสแกนหาอาวุธ ที่เชื่อว่าอาจเป็นอาวุธที่กรีดขาแตงโม โดยจะไล่หาตั้งแต่สะพานซังฮี้ ถึงสะพานพระราม 8 แบบสแกนเรียงหน้ากระดาน คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน โดยจะหาอาวุธให้พบ และนำไปตรวจหาดีเอ็นเอต่อไป ยืนยันว่ายังคงมุ่งเป้าไปที่การฆาตกรรมเช่นเดิม เพราะตนมีหลักฐานเป็นคลิปทำร้ายร่างกายกันบนเรือ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ เพราะยังไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ

Advertisement

ส่วนกรณีที่ยกเลิกนำพยาน 2 ปากเข้าให้ปากคำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอนั้น เนื่องจากตนรู้สึกว่าดีเอสไอไม่อยากทำคดีนี้แล้ว เพราะหากอยากทำจะต้องเป็นฝ่ายติดต่อมาทางชมรมเพื่อขอให้นัดพยานให้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยติดต่อมาเลย มีแต่ทางชมรมติดต่อไป แต่ทางดีเอสไอก็ไม่เคยรับสาย ดังนั้นจึงตัดสินใจไม่ยื่นให้กับดีเอสไออีกต่อไป แต่ตนเองยังคงเดินหน้าต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้แตงโม

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่กระติกจะฟ้องดำเนินคดีกับตนเองนั้น ก็อย่าช้า ตนรออยู่ อย่าปากดี ส่วนกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กแตงโมเผยแพร่ภาพในมือถือของแตงโมนั้น แม้แม่ของแตงโมระบุเองว่ามีคนรู้บัญชีและรหัสไอคลาวด์ของแตงโมเพียง 3 คนเท่านั้นคือ กระติก แอนนา และบุคคลอีกคน แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า ผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กแตงโม อาจไม่ใช่ 3 คนนี้ก็ได้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีบัญชีและรหัสผ่านตอนที่มีการกู้ข้อมูลมือถือแตงโม และต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้แตงโม