สธ.จ่อชง ศบค.พิจารณารายพื้นที่สีฟ้า-เขียว ถอดแมสก์ในที่โล่งแจ้ง ย้ำวัคซีนยังจำเป็น
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย ว่า หากอยากกลับไปใช้ชีวิตปกติอย่างปลอดภัย การฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังมีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ที่ต้องรับเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) อย่างน้อย ร้อยละ 60 ขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยงเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล (รพ.) แม้ว่าโรคโควิด-19 เชื้อโอมิครอน ระยะหลังที่อาการรุนแรงน้อยลง แต่หากไม่ได้รับวัคซีนก็ยังมีความเสี่ยงที่อาการรุนแรงอยู่ จึงต้องเน้นย้ำในเรื่องวัคซีนกระตุ้น อย่างประเทศที่เปิดไปมากเพราะฉีดวัคซีนได้มากแล้ว
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่คนยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น เกิดจาก 2 ส่วน 1.คิดว่าพอแล้ว แต่จากข้อมูลประสิทธิผลวัคซีนพบว่า ไม่เพียงพอในแง่ของการลดป่วยหนัก ซึ่งฉีด 3 เข็ม ลดอัตราได้ถึงร้อยละ 93 และ 2.กลัวผลข้างเคียง แต่ต้องเรียนว่า จากการฉีดไปมากกว่า 100 ล้านโดส ส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอาการป่วยหนักโควิด-19 ที่ต้องใช้ท่อช่วยหายใจ ถือว่าความเสี่ยงน้อยกว่ามาก ทั้งนี้ วัคซีนมีเพียงพอ หากประชาชนที่ฉีดเข็มที่ 3 มากกว่า 4 เดือนแล้ว ก็สามารถติดต่อขอรับเข็มที่ 4 ได้
“แผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในระยะหลังเป็นโรคประจำถิ่น ก็จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์โรคที่จะเกิดขึ้นทั่วโลกว่า มีการระบาดในสายพันธุ์ใหม่หรือไม่ โดยวัคซีนที่จะฉีดต้องสอดคล้องกัน รวมถึงเราได้ติดตามวัคซีนในปัจจุบันเชิงป้องกันการติดเชื้อว่า จะได้นานแค่ไหน แต่ป้องกันการเสียชีวิต ตอนนี้เรารู้ว่าอยู่ได้นานเกิน 6 เดือนแน่ ดังนั้น จึงต้องติดตามการฉีดกระตุ้นต่อไป” นพ.ทวีทรัพย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึง การถอดหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยในขณะที่มีการเปิดประเทศ ผับ บาร์ และมีโรคฝีดาษลิง นพ.ทวีทรัพย์กล่าวว่า การสวมหน้ากากเป็นมาตรการป้องกันส่วนบุคคลเพื่อป้องกันตนเอง โดยมาตรการวัคซีนอาจจะป้องกันติดเชื้อได้ไม่สูงนัก ดังนั้น การสวมหน้ากากก็จะช่วยป้องกันติดเชื้อได้มาก โดยเฉพาะพื้นที่ปิดอับ มีการสัมผัสใกล้ชิด ฉะนั้น มาตรการระยะต่อไป ต้องเป็นการเริ่มกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ ต้องปรับมาตรการส่วนบุคคลที่ลดลงได้ แต่ยังต้องป้องกันผู้สูงอายุ กลุ่ม 608 และป้องกันการระบาดใหญ่อยู่
“มาตรการส่วนบุคคลเรื่องสวมหน้ากาก ก็จะเริ่มปรับในพื้นที่ที่มีความพร้อม ทั้งมาตรการควบคุมโรค ประชาชนที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างน้อยร้อยละ 60-70 และความพร้อมสถานการณ์โรคในพื้นที่ หากที่ระบาดมากก็คงถอดไม่ได้ ซึ่งนี่จะเป็นแผนและมาตรการที่คณะทำงานพิจารณาจากข้อมูลเพื่อหารือวางแผนต่อไป ส่วนที่ ปลัด สธ.ได้ให้ข้อมูลไว้ ก็จะเป็นเชิงทิศทางว่าลักษณะผ่อนคลายจะเป็นเรื่องมาตรการส่วนบุคคล แต่ยังต้องป้องกันกลุ่มเสี่ยง การเข้าที่แออัด แต่ในที่โล่งแจ้ง อยู่คนเดียว เช่น ไปออกกำลัง ก็อาจถอดหน้ากากได้” นพ.ทวีทรัพย์กล่าว
เมื่อถามถึงพื้นที่มีความพร้อมจะต้องดูเกณฑ์ทั้งจังหวัดหรือพื้นที่ใด นพ.ทวีทรัพย์กล่าวว่า ต้องดูรายพื้นที่ แต่ที่น่าจะเริ่มก่อนก็จะเป็นพื้นที่สีฟ้าและสีเขียว ที่สถานการณ์ดีและมีความพร้อมก่อน แต่ต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่นร่วม ไม่ใช่เริ่มทั้งหมดทุกจังหวัด ทั้งนี้ ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา ต้องพิจารณาต่อไป
ด้าน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นรายพื้นที่และสถานที่ เช่น ผ่อนคลายกลางแจ้งก่อน ส่วนพื้นที่แออัดที่รวมคนจำนวนมาก ก็ต้องสวมหน้ากากอยู่
เมื่อถามว่า ต้องเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) ก่อนหรือไม่ นพ.จักรรัฐกล่าวว่า ในการผ่อนคลายที่ไม่ต้องสวมหน้ากากได้ในบางพื้นที่ จะต้องแจ้งให้กับ ศบค.รับทราบด้วย

