‘ทนายเดชา’ กราบลาแม่แตงโมเตรียมฉลองหมดกรรม ภาวนาให้ชนะคดี เผยมือถือแตงโมมีภาพอันตราย

26.05.22 | 15:39 น.

‘ทนายเดชา’ กราบลาแม่แตงโมเตรียมฉลองหมดกรรม ภาวนาให้ชนะคดี เผยมือถือแตงโมมีภาพอันตราย กลัวเศรษฐี-นักธุรกิจถูกแบล๊กเมล์


เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา เปิดเผยถึงกรณียุติบทบาทการเป็นทนายความให้นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ว่าเหตุผลในการถอนตัวจากคดีนี้คือความเห็นทางคดีไม่ตรงกัน เพราะคุณแม่เชื่อ ส.ส.มงคลกิตติ์ หรือเต้ สุขสินธารานนท์ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ว่าเป็นคดีฆาตกรรม แม่ถามว่าสะดวกใจหรือไม่ที่ทำคดีเป็นการฆาตกรรม แต่หลักฐานที่อัยการจะฟ้องวันที่ 27 พ.ค. เป็นคดีประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตนจึงขอถอนตัวและจะรับผิดชอบคดีไปจนอัยการออกคำสั่งฟ้องเท่านั้น และคุณแม่นำโทรศัพท์ของแตงโมไปให้บังแจ็ค แต่กลับอ้างว่าอยู่กับตน โดยตนมองว่าไม่ควรนำโทรศัพท์ให้บังแจ็ค เพราะไม่น่าเชื่อถือ ให้นายอัจฉริยะ หรือผู้อื่นยังเหมาะสมกว่า ยอมรับว่าโอกาสที่จะนำโทรศัพท์กลับมานั้นยาก นอกจากนี้ แม่ไม่พอใจ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ที่โพสต์กล่าวหาคุณแม่ โดยให้ตนฟ้องทนายตั้มหลังไม่ยอมขอโทษที่โพสต์ไป แต่ตนไม่ฟ้องเพราะเป็นเพื่อนกัน ยืนยันว่าคุณแม่ไม่ได้ปลดจากการเป็นทนาย แต่คุณแม่เริ่มที่จะเปลี่ยนใจหลังตำรวจแถลงข่าวกรณีใบพัดเรือ
ทนายเดชากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหลังไปออกรายการและแถลงข่าวไม่มีประเด็นใดที่คุณแม่ไม่พอใจ ตอนนี้ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แม้จะมีทนายคนใหม่ หากยังจะให้ไปช่วยเหลือคดีก็ยินดี ยอมรับว่าเป็นห่วงว่าจะไปถึงฝั่งหรือไม่ ก็ภาวนาให้ชนะคดี ขอกราบลาคุณแม่ อะไรที่ทำให้ไม่สบายใจก็ขอให้ได้ที่ปรึกษาใหม่ที่รักคุณแม่นานๆ ทั้งนี้ คุยกับพนักงานสอบสวนและผู้เกี่ยวข้อง ทราบว่าไม่มีการฆาตกรรมบนเรือ หรือกรีดขาแต่อย่างใด ยืนยันว่าไม่น้อยใจ แต่เข้าใจและเป็นห่วงคุณแม่ ฝากพี่ชายแตงโมดูแลแม่ด้วย เพราะมีคนที่เข้าหาเยอะ ส่วนการกระทำของบังแจ็คนั้นน่ากลัว เพราะได้รับข้อมูลมาว่าโทรศัพท์แตงโมมีภาพที่อันตราย 30 ภาพ เป็นคนมีชื่อเสียงและเป็นเศรษฐีนักธุรกิจ ห่วงว่าจะมีการแบล๊กเมล์ใครหรือไม่ ทั้งนี้ บังแจ็คยังเข้าประเทศไม่ได้เพราะเป็นบุคคลต้องห้าม มีคดีความมากมาย จะกลับปี 2569 โดยเพื่อนตนสืบข้อมูลแล้วทราบว่าอยู่ที่รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ทนายเดชากล่าวอีกว่า ส่วนคุณแม่จะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการเกี่ยวข้องว่าเป็นผู้ใช้ สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดอะไรหรือไม่ ซึ่งต้องชี้แจงกับ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าว เพราะนัดหมายจะเข้าพบกันเรียบร้อยแล้ว แต่ในเมื่อถอนตัวก็ไม่มีอะไรต้องไปพบตำรวจไซเบอร์อีก ยอมรับว่าโดนทัวร์ลงมา 2-3 เดือน ก็มีความทุกข์ ขอทัวร์ไปจอดที่อื่นบ้าง ตามจริงมีนัดทนายตั้มและผู้อื่นอีก 7 คน ไปฉลองเพราะหมดกรรมแล้ว แต่เนื่องจากติดธุระเลยไม่ไป อย่างไรก็ตาม ตนจะไม่ขอดำเนินคดีกับคุณแม่ หากจะให้ทำอะไรก็ให้สาบานกับ ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่โบสถ์ ยืนยันว่าที่ผ่านมาทำงานตามพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ทำตามกระแส ยืนยันว่าไม่ได้รับเงินเพื่อถอนตัว