สืบนครบาล 8 ‘ทลายแหล่งเก็บ’ รถรับจำนำดอกโหดยึดของกลาง 113 คัน พบยังติดไฟแนนซ์อื้อ

30.05.22 | 14:17 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ และ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม รอง ผบก.น.8 เร่งสืบสวนปราบปรามจับกุมแก๊งปล่อยเงินกู้เอาเปรียบคิดดอกเบี้ยเกินอัตราสร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมประชาชนในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ต่อมา พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.ท.ธวัชชัย อินทะเสย์รอง ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.ท.ชินวัฒน์ แก้วพันธุ์พงศ์ รอง ผกก.สส.บก.น.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 ร่วมกันจับกุม นายณัฐพงศ์ นิ่มแสง อายุ 28 ปี โดยกล่าวหาว่า “ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดย เรียกรับดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” เจ้าของกิจการรับจำนำรถที่ปล่อยเงินกู้คิดดอกเบี้ยเกินอัตราและลูกจ้างอีก 6 คน โดยให้นำรถมาเป็นหลักทรัพย์และให้ผู้จำนำเซ็นสัญญาเปล่าไว้เพื่อเตรียมยึดรถที่ขาดส่งดอกเบี้ยเพื่อนำไปขายต่อ


พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า ก่อนตรวจค้นจับกุม พ.ต.อ.นิภพล พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 รับเรื่องร้องเรียนว่ามีญาติติดพนันออนไลน์มาขอยืมเงินแต่ไม่มีให้ญาติจึงขอยืมรถมาจำนำกับทาง www.bkkjumnumrod.com แล้วชำระเงินล่าช้า 2-3 วัน กลับถูกยึดรถที่นำไปจำนำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 จึงสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มผู้ต้องหาแอบใช้สถานที่บริเวณชั้นใต้ดินภายในห้างสรรพสินค้าย่านศรีนครินทร์ รับจำนำรถโดยให้รับจำนำตามราคาที่ประเมินรถหรือตามความต้องการของลูกค้า โดยจะคิดดอกเบี้ยร้อยล่ะ 10 ต่อเดือน (ร้อยละ 120 ต่อปี) เช่นราคารถที่รับจำนำ 100,000 บาท จะหักค่าดอกเบี้ยจำนวน 10% คิดเป็นเงิน 10,000 บาท และค่าจอดรถ คันละ 1,000 บาท รวม 11,000 บาท โดยหักตั้งแต่วันที่รับจำนำ จากนั้นจะมอบเงินให้กับผู้จำนำหลังจากรับรถแล้วจำนวน 89,000 บาท หากขาดผ่อนส่งเกิน 1 เดือน จะยึดรถของผู้จำนำลักษณะสัญญาเงินกู้จะเป็นนิติกรรมอำพรางโดยให้ผู้จำนำลงลายมือชื่อไว้ แต่ไม่ปรากฏรายละเอียดในสัญญาและมีเอกสารอื่นที่ไม่เกี่ยวกับสัญญา เช่น เอกสารโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกรมการขนส่งทางบก ใบสละ สิทธิรถยนต์ หนังสือสัญญาซื้อขายรถยนต์ เพื่อง่ายต่อการนำรถไปขายต่อให้กับบุคคลอื่น

ผบช.น.กล่าวอีกว่า ต่อมา พ.ต.อ.นิภพล นำกำลังเฝ้าติดตามกลุ่มผู้ต้องหาพบว่ามีคนมาจำนำรถยนต์บริเวณดังกล่าวจึงเข้าตรวจค้นจับกุมนายณัฐพงศ์ และลูกจ้างพร้อมยึดเอกสารสัญญากู้ยืมเงินซึ่งปรากฏข้อความการกู้ยืมเงินส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขออนุมัติหมายค้นต่อศาลอาญาพระโขนง และนำหมายค้นศาลอาญาพระโขนงเข้าทำการตรวจค้นสถานที่เก็บรถรับจำนำ 3 จุด ได้แก่ 1.บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินห้างสรรพสินค้า พบรถที่คนร้ายรับจำนำไว้ 9 คัน และรถ จยย. 4 คัน 2.บริเวณลานจอดไม่ทราบเลขที่ ซอยสุภาพงศ์ 3 แยก 3 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ พบรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นรถที่คนร้ายรับจำนำไว้ 74 คัน และรถ จยย. 12 คัน และจุดที่ 3.บริเวณลานจอดไม่ทราบเลขที่ ซอยสุภาพงศ์ 1 แยก 9 พบรถยนต์ต้องสงสัย 13 คัน และรถ จยย. 1 คัน ทั้งสามจุดจึงบันทึกภาพและเก็บเลขเครื่องเลขตัวถังไว้และทำบันทึกอายัดไว้เป็นหลักฐาน เป็นรถยนต์ 96 คัน และรถ จยย. 17 คัน” พร้อมแจ้งข้อกล่าวหานายณัฐพงษ์ว่า “ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกรับดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”

พ.ต.อ.นิภพลกล่าวว่า จึงขอฝากเตือนไปยังผู้ที่นำรถยนต์ที่ยังผ่อนหรือเช่าซื้ออยู่ไปจำนำอาจเข้าข่ายมี ความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์” เนื่องจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตัวรถคือสถานบันการเงินเจ้าของสินเชื่อหรือไฟแนนซ์ สุดท้ายสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จะมาไล่เบี้ยค่าเสียหายโดยตรงกับผู้เสียหายที่นำรถไปจำนำ ดังนั้น จึงไม่ควรนำรถที่ติดไฟแนนซ์อยู่ไปจำนำ

Advertisement