แม๊ ลั่นไม่รัก ‘ทนายเดชา’ แล้ว เผยเจอ ‘ส.ส.เต้’ เหมือนฟ้าเปิด ได้ทำสิ่งถูกต้อง

30.05.22 | 14:11 น.

“แม๊” ไม่รัก “พี่เด” แล้ว ไม่ต้องคิดถึง หากคิดถึงก็ขอให้คิดถึงในใจ แฉ ที่ผ่านมาไม่เคยแนะนำให้ทำเป็นคดีพิเศษ เผย หลังเจอ “เต้” เหมือนฟ้าเปิด ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ด้าน “มงคลกิตติ์” ลั่น แม้เอี่ยวคดีก็ไม่กลัวหลุดเก้าอี้ ส.ส.


เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่น.ส.ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นหนังสือขอพยานหลักฐานต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ว่า ตนรู้สึกมีความหวังมากขึ้น แต่ก็ต้องทำตามระเบียบราชการ และรู้สึกดีใจที่พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว. ในฐานะกมธ. มาช่วย

ทั้งนี้ ตนได้กล่าวขอโทษพญ.คุณหญิงพรทิพย์ ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ตั้งแต่มีนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เป็นทนายความ ซึ่งตอนนั้นตนไม่ค่อยได้พูดและไม่กล้าขัดใจนายเดชา ส่วนกรณีที่มีการส่งพัสดุมายังกมธ. แต่ไม่ได้เขียนชื่อผู้ส่งเป็นชื่อบังแจ็คนั้น ตนก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน

ด้าน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวเสริมว่า คุณแม่ไม่ทราบเรื่องนี้และตนก็พึ่งทราบ

Advertisement

เมื่อถามว่า กระบวนการยุติธรรมในการตรวจสอบไม่ปกติหรือมีปัญหาหรือไม่ ทำไมจึงเพิ่งมีการมาเปิดหลักฐานเพิ่มเติมช่วงนี้ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ฟ้าเปิดมั้ง ซึ่งเห็นคุณแม่บอกว่าจะไปยื่นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ด้วยตนเองเพื่อให้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งขณะนี้รอให้นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานะคณะทำงานร่างหนังสือเสร็จ ทั้งนี้ ตนอยากฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญและส่งผลต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ซึ่งสามารถเรียกคดีนี้ว่า “แตงโมโมเดล” ซึ่งหากคดีนี้ประสบความสำเร็จก็ถือว่าประชาชนช่วยกัน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบกฎหมาย เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน

“ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคงจะใส่ใจ เห็นใจประชาชนที่สนใจและต้องการให้คดีนี้เป็นคดีพิเศษ หากนายกรัฐมนตรีกำชับกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษอย่างเต็มที่ ก็เชื่อว่าความศรัทธาจะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและตัวนายกรับมนตรีเอง ทั้งนี้ ผมมองว่าตำรวจได้ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง จึงไม่อยากไปตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

ด้านนางภนิดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่ตนไม่ได้คิดว่าเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากไม่มีใครแนะนำ และนายเดชาก็ไม่ได้แนะนำ โดยบอกตนแค่ว่าอย่าทำ เดี๋ยวหาทางลงไม่ได้ และย้ำอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งฟ้าเปิดและได้มาเจอนายมงคงกิตติ์ จึงได้ทำอะไรทุกอย่างที่จะเป็นความจริง และเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งตนได้บอกกับแตงโมทุกวันว่า จะหาความยุติธรรมให้กับแตงโมให้ได้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ยินดีทำให้ลูก

เมื่อถามว่า คดีดังกล่าวเหมือนมาถูกทางแล้ว แต่ดูเหมือนว่านายมงคลกิตติ์อาจถูกฟ้องดำเนินคดี นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การเป็นผู้แทนประชาชน หากเราปล่อยให้ประชาชนไปเจ็บปวดด้วยตัวเขาเอง และไม่รู้จักเสียสละเอาตัวเข้ามาฝ่ากระสุนแทน เราจะเป็นส.ส.ไปทำไม หากเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ เรื่องปากท้องประชาชนจะทำได้อย่างไร ส่วนกรณีที่นายเดชาออกมาระบุว่าอาจจะส่อผิดจริยธรรมส.ส.นั้น ก็ไม่เป็นไร หลุดเก้าอี้ส.ส.ก็หลุดไป เขาเรียกว่า “ตำแหน่งอยู่ได้ไม่นาน แต่ตำนานอยู่ได้ตลอดไป”

เมื่อถามว่า คุณแม่อยากฝากอะไรถึงนายเดชาหรือไม่ นางภนิดาหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า “เลิกคิดถึงคุณแม่ได้แล้ว คุณแม่จ่ายค่าข้าวไปแล้ว ทำไมต้องปล่อยให้เป็นข่าวหลายวัน คิดว่านายเดชาเป็นคนปล่อย ซึ่งหากนายเดชาคิดถึงคุณแม่ก็ขอให้เงียบๆ คิดถึงในใจ ซึ่งตอนนี้คุณแม่ไม่รักนายเดชาแล้ว ไม่ให้เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคิดถึงอยู่ สามารถคิดถึงกันได้”