‘บิ๊กโจ๊ก’ ดำเนินคดีหนักไต๋เรือ-เจ้าของใช้งานลูกเรือทารุณจนต้องโดดน้ำหนีลอยคอในทะเล 3 วัน

30.05.22 | 14:33 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ สภ.กันตัง จ.ตรัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประธานคณะทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ควบคุม เฝ้าระวังการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สอบถามตัวแทนเจ้าของและลูกเรือ 2 ราย ที่มีการแจ้งสูญหายที่ได้รับการช่วยเหลือคือ นายอุเทน เกิดโมลี อายุ 45 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ทำงานบนเรือศรีนพรัตน์ และนายมานะ รังปัญญา อายุ 30 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ทำงานบนเรือพงษ์ชัยเจริญสมุทร


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า นายมานะให้การว่าไปทำงานบนเรือประมงพงษ์ชัยเจริญสมุทร ทำหน้าที่เป็นคนอวน มีนายเสถียร เงินอเนก อายุ 61 ปี หรือเสี่ยทัวร์ เป็นเจ้าของเรือ โดยออกเรือจาก จ.สมุทรสาคร ไป จ.ตรัง และมุ่งหน้าไปทำประมงบริเวณทะเลใกล้กับประเทศอินโดนีเซีย โดยนายมานะทำงานร่วมกับไต๋เรือ 2 คน คือนายศุภกร สายแจ้ง อายุ 59 ปี และนายกฤษณะ คงโอ อายุ 43 ปี ซึ่งทำงานบนเรือ ใน 1 วันจะได้พักไม่เกิน 6 ชั่วโมง และไม่ต่อเนื่อง บางครั้งทำงานติดต่อกัน 2 วัน 2 คืน ถึงจะได้พัก โดยจะกลับเข้าฝั่งที่ อ.กันตัง จ.ตรัง เพื่อนำปลามาส่งเดือนละ 1 ครั้ง ทนทำงานกระทั่งต้นเดือน มิ.ย.2564 รอบออกเรือครั้งที่ 13 ทนทำงานหนักไม่ไหวจึงกระโดดน้ำหนีขณะเรืออยู่ในน่านน้ำประเทศอินโดนีเซีย และทนลอยคออยู่กลางทะเล 3 วัน 3 คืน จนมีเรือประมงของประเทศอินโดนีเซียมาช่วยเหลือนำกลับเข้าฝั่งที่จังหวัดอาเจะห์ อินโดนีเซีย และได้รับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซีย ประสานส่งตัวกลับมายังประเทศไทยในเวลาต่อมา

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า จากข้อมูลดังกล่าวคณะทำงานจึงรวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ร่วมกระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน สภ.กันตัง ภ.จว.ตรัง ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายศุภกร (ไต๋เรือ) ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม 2563 ถึงต้นเดือนมิถุนายน 2564 นายกฤษณะ (ไต๋เรือ) ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2564 และ นายเสถียร เจ้าของเรือ ในช่วงเวลาที่ไต๋เรือทั้ง 2 คน ทำหน้าที่บนเรือ และเป็นผู้สั่งการไต๋เรือ และเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการทำงานหนัก ผู้ต้องหาทั้งสามคนจะถูกดำเนินคดีในข้อหา “ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 22 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ประกอบกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ.2557 ข้อ 5 กำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง ในระยะเวลาการทำงาน 24 ชั่วโมง และไม่น้อยกว่า 70 ชั่วโมง ในระยะเวลาการทำงาน 7 วัน และจัดหลักฐานเวลาพักไว้เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานในเวลาพักได้โดยต้องจัดให้มีเวลาพักชดเชยโดยเร็ว และให้จัดทำหลักฐานเวลาพักไว้” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากกรณีที่ประเทศไทยถูกลดอันดับการรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์จากทางการสหรัฐลงเป็นอันดับประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List) โดยมีข้อสังเกตในเรื่องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างจริงจังในทุกภาคส่วน ปัญหาการใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงานและแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ทางรัฐบาลไทยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนบูรณาการกำลังในทุกภาคส่วนตามที่ทราบแล้วนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และการบังคับใช้แรงงานในภาคการประมง

Advertisement

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า แรงงานที่สูญหายไประหว่างการทำงานที่ PIPO แจ้งมามี 230 คน จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการหายไปเกิดจากสาเหตุใด ถูกฆาตกรรมหรือบังคับใช้แรงงานหรือไม่ และมีการพบร่างของคนเหล่านี้ลอยน้ำมาหรือไม่ เพราะทุกชีวิตมีค่าเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด หากมาทำงานถูกต้องตามกฎหมายต้องได้รับการคุ้มครอง และได้รับการเยียวยาตามสิทธิที่เขาพึงมี จะได้ตอบคำถามสังคมและนานาชาติได้ว่าปัญหาเกิดจากสาเหตุใด ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องคลุมเครือ เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นปัญหาการค้ามนุษย์ หรือการใช้แรงงานทาส ซึ่งจะเกิดผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และมีผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการประมง เพื่อการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว และประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) โดยเฉพาะการบังคับใช้แรงงานและแรงงานข้ามชาติในภาคประมง โดยได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ นำโดย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1/หน.ชุดปฏิบัติการ, พ.ต.อ.ปรเมษฐ โพยนอก ผกก.7 บก.รน./คณะทำงานเพิ่มประสิทธิภาพฯ ทำการติดตามและตรวจสอบข้อมูลกรณีเรือประมงที่มีลูกเรือเสียชีวิต สูญหาย และประสบอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ ผ่านระบบสารสนเทศการทำประมง (Fishing Info ; FI) จากการตรวจสอบพบว่าในระหว่างปี พ.ศ.2563-2564 ที่ผ่านมา มีการแจ้งลูกเรือเสียชีวิต สูญหาย และประสบอุบัติเหตุตกน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 230 ราย จากเรือประมง 229 ลำ โดยสามารถแบ่งกลุ่มข้อมูลได้เป็น 3 กลุ่มคือ (1) กลุ่มลูกเรือที่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ ตรวจพบและยืนยันว่าเสียชีวิต จำนวน 53 ราย (2) กลุ่มลูกเรือที่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ ตรวจพบและยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ จำนวน 53 ราย (3) กลุ่มลูกเรือที่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ และยังหาไม่พบ จำนวน 124 ราย