เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.2 บก.ปคบ. และนายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมแถลงผลทลายโกดังลักลอบผลิตวัตถุอันตรายและปุ๋ยเคมีปลอมโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลาง สารกำจัดวัชพืชกรัมม็อกโซน จำนวน 44 แกลลอน ปริมาณรวม 376 ลิตร สารกำจัดวัชพืชด็อกโซน จำนวน 24 แกลลอน ปริมาณรวม 96 ลิตร สารกำจัดวัชพืชไกลโฟเซต 48 จำนวน 642 แกลลอน ปริมาณรวม 2,568 ลิตร ปุ๋ยเคมี จำนวน 90 กระสอบ น้ำหนักรวม 4,500 กก. ปุ๋ยเคมีธาตุอาหารรอง จำนวน 90 กระสอบ รวม 4,500 กก. วัตถุดิบพร้อมอุปกรณ์การผลิต จำนวน 26 รายการ และวัตถุอันตรายอื่นๆ รวมทั้งปุ๋ยเคมีไม่มีทะเบียนอีกหลายรายการ มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท
พ.ต.อ.ธรากรกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีการลักลอบผลิตวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งเป็นสารกำจัดวัชพืช จำพวกพาราควอต และปุ๋ยเคมีปลอม ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อขายเกษตรกรทั่วไป จึงสืบสวนจนทราบว่าสถานที่ผลิตสารกำจัดวัชพืชและปุ๋ยเคมีปลอมดังกล่าว เป็นโกดัง ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 10 ต.กระชอน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จึงจัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบว่ามีการกระทำผิดดังกล่าวจริง จึงประสานเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร เข้าตรวจค้นจนสามารถตรวจยึดวัตถุอันตรายและปุ๋ยเคมีปลอมของกลางได้ดังกล่าว
นายภัสชญภณกล่าวว่า การจับกุมกรณีนี้เป็นการลักลอบผลิตและจำหน่ายสารเคมีต้องห้ามและปุ๋ย ที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากในช่วงระยะนี้ปุ๋ยมีราคาแพง จึงมีการลักลอบผลิตยาฆ่าแมลงและปุ๋ยขึ้น เพื่อขายให้เกษตรกรในราคาถูกกว่าท้องตลาด จึงฝากให้เกษตรกรตรวจสอบทะเบียนผู้ผลิต และสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง เพราะหากนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพไปใช้อาจทำให้เกิดความเป็นพิษร้ายแรงตกค้างสิ่งแวดล้อม และผลผลิตซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค อีกทั้งผลผลิตของเกษตรกรก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเชิญตัวนายเอ (นามสมมุติ) ผู้ครอบครองมาแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิด พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ฐานผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4, ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ปลอม และความผิดตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 ฐานผลิตปุ๋ยเคมีโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้า ก่อนนำตัวส่ง กก.2 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

