อสส.ลงนามร่วมมือคกก.สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยเฉพาะกรณีซ้อมทรมานบังคับสูญหาย
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่ห้องรับรอง ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนเเจ้งวัฒนะ นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุดและ น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ระหว่าง สำนักงานอัยการสูงสุด กับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
โดยมี หม่อมหลวงศุภกิตต์ จรูญโรจน์ เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ดังกล่าว จัดทำขึ้นเนื่องจากสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีเจตจำนงที่จะประสานความร่วมมือกันในการส่งเสริม คุ้มครองสิทธิมนุษยชน และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรมและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณีโดยไม่ล่าช้า ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือแก่บุคคล หน่วยงานของรัฐ และภาคเอกชนในการศึกษา วิจัย และเผยแพร่ความรู้และพัฒนาความเข้มแข็งด้านสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งในการให้ความช่วยเหลือหรือเยียวยาแก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 และสำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่และอำนาจในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 ในการนี้ เพื่อเป็นการบูรณาการและประสานความร่วมมือกันในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ทั้งสองฝ่ายจึงได้ตกลงจัดทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานร่วมกัน
โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบงานยุติธรรม การอำนวยความยุติธรรม และการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรมและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งยกระดับการบริหารจัดการด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนบูรณาการและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการเชื่อมโยงระบบรับส่งข้อมูลด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และการติดตามผล เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน ประสานงาน และบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้นว่า การเชื่อมโยงผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือผ่านระบบ Mobile Application อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของแต่ละหน่วยงานในด้านการศึกษา การวิจัย การฝึกอบรม และการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
โดยมีขอบเขตความร่วมมือในการสนับสนุนซึ่งกันและกันตามกรอบภารกิจและหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน ดังนี้
1.ร่วมมือกันพัฒนาระบบงานยุติธรรม การอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรมและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีการซ้อมทรมานและการบังคับสูญหาย
2.บูรณาการและประสานความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบข้อมูลด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนและการติดตามผล รวมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการส่งต่อข้อมูล เอกสาร หรือพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามภารกิจและหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน
3.ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของแต่ละหน่วยงานด้านการศึกษา การวิจัยการฝึกอบรม และการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยการสนับสนุนวิทยากรในการจัดประชุม สัมมนา และสนับสนุนให้บุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน

