เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.เปิดเผยกรณีที่ ศบค.มีการผ่อนคลายมาตรการให้เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และอาบอบนวดในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้ผ่านมา 4 วันแล้วและผ่านพ้นในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดสุดสัปดาห์ มีนักท่องเที่ยวออกมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ภาพรวมจากการตรวจสอบในทุกพื้นที่กองบัญชาการ (บช.) ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการเปิดปิดสถานบริการตรงตามเวลาที่กฎหมายกำหนด และไม่มีการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย แต่ตรวจสอบพบปัญหาเรื่องการขออนุญาตเปิดสถานบริการตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด ยังมีร้านและสถานบริการอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ทำเรื่องขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงสั่งการให้ทุก บช.และทุกพื้นที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการไปทำหนังสือและขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เนื่องจากขณะนี้มีร้านที่ประสงค์จะทำเรื่องขออนุญาตเป็นจำนวนมากและต้องใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างนานจึงอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงผ่อนผันมาตรการการขออนุญาตดังกล่าวออกไปก่อนแต่หากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ทำหนังสือและขอใบอนุญาตเรียบร้อยแล้วก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอน
พล.ต.ท.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ในการประชุมผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ล่าสุดและมีการออกตรวจในหลายพื้นที่ได้กำชับสั่งการให้ทุก สน.และผู้ประกอบการทุกแห่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเปิดปิดให้ถูกต้องตามเวลาและป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่เพราะหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นก็มีความจำเป็นต้องดำเนินการปิดสถานบริการแห่งนั้นหรืออาจได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจนไม่สามารถเปิดสถานบริการได้
พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า ตรวจสอบสถานบันเทิงและร้านต่างๆในพื้นที่กรุงเทพฯพบว่าร้านส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายและยังไม่มีสถานที่ใดกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้มีการวางมาตรการเพิ่มเติมในการป้องกันการทะเลาะวิวาทหรือการเกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆหลังสถานบันเทิงปิด เหมือนกับในพื้นที่ บช.ภูธรอื่นโดยจะตั้งด่านตรวจค้นในพื้นที่ต่างๆและจะสุ่มตรวจตามสถานบันเทิงในย่านสำคัญที่มีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันไม่ให้มีการทะเลาะวิวาทหรือใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ ยืนยันว่ามาตรการต่างๆ ที่ บช.น.จะดำเนินการไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งหรือตั้งใจจะทำให้การดำเนินธุรกิจมีปัญหา แต่เนื่องจากมีความจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเป็น คลัสเตอร์ หรือมีการกระทำความผิดในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการเปิดบริการในวงกว้าง

