ไทยเฝ้าระวัง ‘ฝีดาษลิง’ ในสนามบิน ยังไม่พบใน ปท. ทั่วโลกติดเชื้อ 900 ราย ฮูชี้เสี่ยงปานกลาง

6.06.22 | 15:30 น.
แฟ้มภาพ

ไทยเฝ้าระวัง ‘ฝีดาษลิง’ ในสนามบิน ยังไม่พบใน ปท. ทั่วโลกติดเชื้อ 900 ราย ฮูชี้เสี่ยงปานกลาง

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง (Monkeypox) ในประเทศไทยว่า กรมควบคุมโรคได้ติดตาม เฝ้าระวังอยู่ตลอด ก็หวังว่าทุกคนน่าจะดูแลตัวเองได้ ซึ่งเราต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัส เราต้องรู้ว่ากลุ่มเสี่ยงอยู่ตรงไหน แล้วหลีกเลี่ยงการนำตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดเสี่ยง ส่วนกรณีงานไพรด์ (Pride) ที่ถนนสีลมนั้น คนที่ร่วมงานก็ต้องเฝ้าระวังตามวิธีปฏิบัติตน ส่วนทาง สธ.ก็ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน ทั้งนี้ กระทรวงก็บอกไปยังสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานถึงวิธีการปฏิบัติตัว และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมาตลอด ทั้งนี้ ฝีดาษลิงดูเป็นโรคที่น่ากลัว แต่อัตราการเสียชีวิตไม่เหมือนกับไข้เลือดออก หรือโรคโควิด-19 แต่ฝีดาษลิงแสดงออกให้เห็นชัดว่าน่ากลัว จึงต้องระวัง เป็นโรคติดต่อจากการสัมผัส การเดินทางของผู้คนจำนวนมากก็มีโอกาสที่ประเทศไทยจะเจอผู้ติดเชื้อได้ สิ่งที่เราต้องเตรียมคือเวชภัณฑ์ ยา การรักษา


ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ฝีดาษลิงติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือแผลของสัตว์ป่วย หรือการกินสัตว์ที่ปรุงไม่สุก และจากคนสู่คน โดยการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะแผลของผู้ป่วย รวมทั้งเสื้อผ้าและสารคัดหลั่งทางเดินหายใจของผู้ป่วย หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อน ส่วนการติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้นยังเป็นการตั้งสมมุติฐาน แต่ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ ข้อมูลทางคลินิกที่สำคัญ คือ ระยะฟักตัวค่อนข้างยาว 5-21 วัน อาการที่สำคัญ คือ ไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ไม่ค่อยมีน้ำมูก หลังไข้ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นกระจายลำตัว แขน ขา และใบหน้าได้ ส่วนใหญ่หายเองได้ อาจมีภาวะแทรกซ้อน และเสียชีวิตได้ แต่พบไม่บ่อย โดยลักษณะตุ่มจะมีหลายแบบตามระยะ ตั้งแต่แดงๆ ต่อมาใสๆ เป็นหนอง ปุ่ม แห้งและสะเก็ด อย่างไรก็ตาม การพบตุ่มอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าเป็นฝีดาษลิง เพราะจะคล้ายกับหลายโรค อาการทางคลินิกเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่ง แต่การยืนยันต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

นพ.โอภาสกล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลก ข้อมูลวันที่ 5 มิ.ย.65 มีรายงานใน 43 ประเทศ ผู้ป่วยยืนยัน 900 กว่าคน ข้อมูลนี้บอกว่าแม้กระจายหลายประเทศ แต่ลักษณะการระบาดไม่เร็ว ถ้าเทียบกับโควิด-19 เนื่องจากหลังมีรายงานพบการระบาดเป็นเดือน ถ้าเป็นโควิด-19 จะมีผู้ติดเชื้อหลัก 10 ล้านคนแล้ว ส่วนใหญ่อาการไม่ค่อยรุนแรง ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยประเทศที่พบมาก อาทิ สเปน อังกฤษ โปรตุเกส แคนาดา เยอรมนี ประเทศไทยมีการเฝ้าระวัง มีระบบคัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศ กำหนดนิยามวินิจฉัยผู้ป่วย เตรียมพร้อมการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การสอบสวน ควบคุมและป้องกันโรค และจัดหาวัคซีนหากจำเป็นต้องใช้ ถ้าประชาชนท่านใดมีอาการสงสัยสามารถไปปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อไป

Advertisement

“องค์การอนามัยโรคประเมินความเสี่ยงปานกลาง ยังไม่เป็นภาวะฉุกเฉิน แม้เจอหลายประเทศ แต่กระจายไม่เร็ว อาการไม่รุนแรง ไม่จำกัดการเดินทางของคน เพียงเตือนให้ระมัดระวังและจัดระบบเฝ้าระวัง ซึ่งประเทศไทยดำเนินการแล้ว และยังไม่พบฝีดาษลิงในไทย เคยมีผู้ต้องสงสัย 6 ราย แต่พบว่าเป็นเชื้อเริม ความเสี่ยงของประเทศไทยอาจพบผู้ป่วยเกิดขึ้น เพราะประเทศไทยปิดรับผู้เดินทางจากทั่วโลก แต่เชื่อว่าถ้าความร่วมมือที่ดี จะสามารถตรวจจับผู้ป่วยและควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดออกไปได้ และขอให้ติดตามข้อมูลจากระทรวงสาธารณสุข ที่จะนำเรียนเป็นระยะ” นพ.โอภาสกล่าว

ทั้งนี้ การรักษายังไม่มียาต้านไวรัสโดยเฉพาะ วัคซีนที่ใช้ได้มีเพียงวัคซีนฝีดาษคน แต่มีผู้เริ่มทำการศึกษาวิจัยวัคซีนฝีดาษลิงโดยเฉพาะแล้ว คาดว่าจะรู้ผลและนำมาใช้เร็วๆ นี้ ไทยเองก็มีการติดตามและประสานอยู่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีวัคซีนฝีดาษคนอยู่ในคลังขององค์การเภสัชกรรมอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบแล้วว่ายังมีชีวิตต้องมาพิจารณาว่าจะใช้อย่างไร รวมถึงประสานไปยังองค์การอนามัยโลกซึ่งมีสต๊อกวัคซีนอยู่จำนวนหนึ่งด้วย แต่สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้วัคซีน แต่เราไม่ได้ประมาท มีการประสานเตรียมความพร้อมเอาไว้

“ตอนนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่เราไม่ได้ประมาท ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข สั่งการให้จัดระบบเฝ้าระวัง ซึ่งดำเนินการแล้ว มีการตั้งจุดคัดกรองคนเข้าประเทศที่ด่านสนามบิน มีการเตรียมห้องปฏิบัติการ ระบบสอบสวนโรค รวมถึงเตรียมหาวัคซีนหากจำเป็นต้องใช้” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้ามายังประเทศไทยวันละหลายหมื่นคน รวมถึงผู้เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงด้วย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ทั้งนี้ แม้เรามีโอกาสพบผู้ป่วยได้ เนื่องจากการเปิดประเทศ แต่เชื่อว่าความร่วมมือในการคัดกรอง ตรวจจับ เฝ้าระวัง และความร่วมมือที่ดีของประชาชนจะสามารถควบคุมได้