ตร.ภ.1 เตรียมขอศาลออกหมายจับผัวเมีย-โชเฟอร์ ใช้รถพยาบาลขนยาบ้า 2.25 ล้านเม็ดหลบหนีจับกุม

7.06.22 | 12:54 น.

ตร.ภ.1 เตรียมขอศาลออกหมายจับ 3 คนร้ายใช้รถพยาบาลขนยาบ้า 2.25 ล้านเม็ด หลบหนีการจับกุม พร้อมเรียกตัวแทนมูลนิธิกู้ภัย-สพฉ.จัดระเบียบรถกู้ชีพกู้ภัย


พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 พร้อมตำรวจสืบสวนจังหวัดสระบุรี แถลงจับกุมเครือข่ายลําเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาจําหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายสมพงษ์ และนายพิทวัส ทำหน้าที่ขับรถกระบะตู้ทึบเป็นรถนำทางรถพยาบาลฉุกเฉินระหว่างขนยาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 2,250,000 เม็ด และรถพยาบาลฉุกเฉิน (แอมบูแลนซ์) ที่ใช้ขนยาบ้า ซึ่งถูกจอดทิ้งไว้ที่ซอยหทัยราษฎร์ 39 เขตคลองสามวา

ส่วนนายจิรายุทธ และ น.ส.ทิพวรรณ 2 สามีภรรยา เจ้าของรถพยาบาล และนายไอซ์ คนขับกระบะกู้ภัยที่พา 2 สามีภรรยาหลบหนีไปจากจุดทิ้งรถ ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับในวันนี้

พล.ต.ท.จิรพัฒน์กล่าวว่า คนร้ายกลุ่มนี้เป็นชุดรับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสานเข้ามาส่ง และจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มาแล้วหลายครั้ง ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายจิรายุทธ และ น.ส.ทิพวรรณ 2 สามีภรรยา ได้ขับรถพยาบาลฉุกเฉินข้ามเขตจากกรุงเทพฯไปรับยาบ้าที่จังหวัดเลย พร้อมมีรถกระบะติดตู้ทึบขับนำทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลไปยังตัวนายทุนผู้บงการ และตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด

Advertisement

นอกจากนี้ วันนี้ตำรวจยังได้เชิญหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ผู้บังคับการ 9 จังหวัด ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และมูลนิธิกู้ภัย 9 จังหวัด มาวางแนวทางจัดระเบียบรถพยาบาลฉุกเฉิน และรถกู้ภัย เนื่องจากมีบางส่วนที่ยังไม่เข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สพฉ. ทำให้ไม่สามารถดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรายละเอียดจะให้แต่ละหน่วยงานเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยมีตำรวจเป็นตัวกลาง เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานประสานสอดคล้องเป็นแนวทางเดียวกัน

ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการรวบรวมข้อมูล การขอใบอนุญาตที่ถูกต้องของรถลำเลียงผู้ป่วย รถ สพฉ. รวมถึงรถที่อยู่ในความดูแลของ อบต. และ อบจ. ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด หากมีข้อมูลครบถ้วนแล้วก็จะรวบรวมไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้เทคโนโลยีมาช่วยจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูล โดยเบื้องต้น ได้สั่งการให้ภูธรจังหวัด ทั้ง 9 จังหวัด ให้รวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน พร้อมกำชับให้กวดขันรถที่มีลักษณะคล้ายรถพยาบาล แต่ไม่ติดสังกัดให้ชัดเจน ส่วนการนำส่งผู้ป่วยในพื้นที่และนอกพื้นที่นั้น จะมีการประสานระหว่างศูนย์สั่งการของระบบการแพทย์ฉุกเฉินในแต่ละจังหวัด กับศูนย์ 191 ของตำรวจเพื่อให้ทราบถึงเลขทะเบียนรถที่มีภารกิจนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านจราจรด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันมากขึ้นเพื่อให้การทำงานเพื่อสังคมตรงไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

ขณะที่ตัวแทนมูลนิธิร่วมกตัญญู ยอมรับว่า ทางมูลนิธิผิดพลาดในตรวจสอบข้อมูลบุคคลก่อนจะตัดสินใจรับเข้ามาปฏิบัติงานแต่พร้อมจะแก้ไขปัญหา ทั้งนี้บุคคลดังกล่าวยังไม่ได้เป็นอาสาสมัครประจำ ทั้งนี้ รถกู้ภัย-กู้ชีพที่อยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิร่วมกตัญญู ใน 9 จังหวัดภูธรภาค 1 ขึ้นทะเบียนถูกต้องแล้วกว่า 100 คันจากทั้งหมดกว่า 400 คัน ส่วนบุคคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาทำบัตรประจำตัวอาสาฯ จึงยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่ชัดได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิอยู่ระหว่างการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล ก่อนจะเร่งดำเนินการส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป