ปลัดฯยธ.นั่งหัวโต๊ะถกประเด็นปฏิรูปตำรวจกับงานนิติวิทย์ฯ สร้างความเชื่อระบบคดีอาญา รับรธน.ใหม่
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการปฏิรูปกิจการตำรวจ ครั้งที่ 3/2559 เพื่อพิจารณากรอบแนวทางการปฏิรูปงานนิติวิทยาศาสตร์ โดยมีนายวัลลภ นาคบัว ผอ.สำนักกิจการยุติธรรม พร้อมผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) สำนักงานอัยการ นักวิชาการ เข้าร่วมประชุม
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า การประชุมหารือครั้งนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปดูขอบเขตตำรวจกับงานนิติวิทยาศาสาตร์เพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน ในลักษณะเชิงบูรณการมากขึ้น ไม่ใช่เพียงานด้านพิสูจน์หลักฐาน หรืองานนิติเวชเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ระบุถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการสอบสวนของประชาชน และให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำผลการศึกษาและความเข้าใจ ที่คณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปได้มาเสนอต่อที่ประชุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีอาญาที่เกิดขึ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดำเนินการ
นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า งานนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะนำใช้กับการปฏิรูปตำรวจนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งใน 4 ประเด็นที่คณะอนุกรรมการฯรับมาดำเนินการโดย 4 ประเด็นประกอบ 1.การสอบสวนกับตำรวจ 2. นิติวิทยาศาสตร์กับตำรวจ 3.บทบาทภารกิจของตำรวจ และ 4. การบริหารงานบุคคุลกับตำรวจ ซึ่งตอนนี้คณะอนุกรมการฯกำลังพิจารณาในส่วนของงานนิติวิทย่าศาสตร์ ทั้งนี้ในแต่ละด้านต้องใช้เวลาในการศึกษา หาข้อมูลเพื่อหาแนวทางความเหมาะสม และสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ

ด้านนายวัลลภ นาคบัว ผอ.สำนักกิจการยุติธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการปฏิรูปงานด้านนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนการสอบสวนในคดีอาญา โดยเห็นควรที่จะดำเนินการใน 5 ประเด็นหลัก คือ 1. การพัฒนากลไกการปฏิบัติงานนับแต่กระบวนการเก็บ การตรวจ และการนำไปใช้ในฐานะพยานหลักฐานในชั้นศาล 2. พัฒนาศักยพภาพของผู้ปฏิบัติงาน3. พัฒนามาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับและเชิ่อมั่น 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในงานนิติวิทยาศาสตร์ 5. พัฒนากฎ หรือระเบียบที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนงานนิติวิทยาศาสตร์ในงานสอบสวนคดีอาญาให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ที่ประชุม ได้นำแนวคิดของ รธน ใหม่ ที่กำหนดให้การสอบสวนต้องนำนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาชนด้วย

