ยูนิเซฟ จี้รัฐบาล ขยายเงินอุดหนุนเด็กเล็ก 600 บ./ด. ถ้วนหน้า ชี้การเพิกเฉยราคาแพงกว่าลงทุน
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่รัฐสภา นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การขยายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กให้เป็นแบบถ้วนหน้า ในเวลานี้ถือว่าจำเป็นยิ่งกว่าทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ครอบครัวจำนวนมากต้องสูญเสียรายได้หรือตกงาน วิกฤตครั้งนี้ได้สร้างความเปราะบางให้กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด
“การลงทุนในช่วงปฐมวัยของเด็ก ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุด โดยประเทศไทยมีศักยภาพสามารถทำได้ เพราะช่วงหกปีแรกของชีวิตเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเด็กทุกคน เพื่อให้พวกเขาสามารถมีชีวิตที่แข็งแรง เรียนรู้อย่างเต็มที่ มีรายได้ดีในอนาคต ตลอดจนมีส่วนร่วมในสังคมมากขึ้น
การเพิกเฉยอาจจะมีราคาที่แพงกว่าการลงทุนให้กับเด็ก ๆ ยูนิเซฟหวังว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กให้เป็นแบบถ้วนหน้าตามมติ กดยช. ซึ่งถือเป็นการลงทุนในเด็กในช่วงที่สำคัญที่สุดของชีวิต” นางคยองซอนกล่าว
ด้าน นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า การขยายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กให้เป็นแบบถ้วนหน้า ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกราว 15,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 0.16 ของประมาณการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศปี 2567
อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่ใช้จะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากอัตราการเกิดในประเทศที่มีแนวโน้มลดลง โดยคาดว่าในปี 2570 งบประมาณที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 27,000 ล้านบาท ทั้งนี้ มีหลักฐานชี้ชัดว่าประเทศไทยมีความสามารถในการจัดงบประมาณเพื่อขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมโดยยังคงรักษาความยั่งยืนทางการคลังไว้ได้
อนึ่ง สวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็ก ริเริ่มในปี 2558 และขยายความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีเด็กแรกเกิดถึง 6 ปีจำนวน 2.3 ล้านคนได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 600 บาท โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนไม่เกิน 1 แสนบาท ต่อคน ต่อปี แต่ผลการประเมินของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยในปี 2561 ระบุว่า ครอบครัวยากจนที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับเงินอุดหนุนเด็กเล็กประมาณร้อยละ 30 กลับตกหล่นจากการเข้าถึงสวัสดิการนี้ ซึ่งมักเกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนการคัดกรองและการลงทะเบียน
กระทั่งเมื่อเดือนกันยายน 2563 คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ได้เห็นชอบในหลักการให้ขยายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กให้เป็นแบบถ้วนหน้า ซึ่งปัจจุบันกำลังรอการพิจารณาและอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี โดยหากได้รับการอนุมัติ จะครอบคลุมเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี จำนวนทั้งหมด 4.2 ล้านคนทั่วประเทศ

