ปคบ.รวบยกแก๊ง หลอกขายชุดตรวจเอทีเค เสียหายกว่า 20 ล้านบาท

8.06.22 | 11:09 น.

ปคบ.รวบยกแก๊ง หลอกขายชุดตรวจเอทีเค เสียหายกว่า 20 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้าให้กับเครือข่าย หลอกขายชุดตรวจเอทีเค มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ประกอบด้วย นายพัสสน บุญพิลา อายุ 22 ปี, นายนนธวัฒน์ มีทอง อายุ 27 ปี, น.ส.สุวัฒนา เดโช อายุ 33 ปี, นายอภิชาติวุฒิ โพธิวิจิตร อายุ 19 ปี, นายปฏิพัทธ์ คำฟู อายุ 26 ปี และ นายหลง เวียงผาคำ อายุ 48 ปี โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1057-1062/2565 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2565 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับ ใบอนุญาต”


พล.ต.ต.อนันต์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียหายจำนวนมากให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดที่ได้หลอกลวงขายเครื่องมือแพทย์ชุดตรวจโควิด-19 แบบเอทีเค ราคากล่องละ 900 บาท ในช่วงที่กำลังขาดแคลน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เพจเฟซบุ๊ก “ขายส่งชุดตรวจ ATK ทั่วประเทศ”, เพจเฟซบุ๊ก “ขายส่งชุดตรวจ ATK”, เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ช่วยเหลืออุปกรณ์ตรวจ ATK” และ เพจเฟซบุ๊ก “ATK ราคาส่ง/ปลีก” ซึ่งโฆษณาประกาศขายเครื่องมือแพทย์ ชุดตรวจโควิด-19 โดยเพจดังกล่าวตั้งค่าการมองเห็นแบบสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถพบเห็นได้ ภายหลังผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อเข้าไปจนทำการชำระเงินแล้ว ทางกลุ่มผู้ต้องหาจะทำการปิดกั้นการสนทนากับผู้เสียหาย พร้อมยักย้ายถ่ายเทเงินจากผู้เสียหายไป

ขณะที่ พ.ต.อ.เนติกล่าวว่า สำหรับบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีเป็นจำนวนมาก และตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาในเว็บไซต์ Blacklistseller ศูนย์กลางการตรวจสอบการฉ้อโกงออนไลน์ พบว่ามีบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาที่เชื่อมโยงกับเพจเฟซบุ๊กในลักษณะหลอกขายชุดตรวจโควิด-19 จำนวนมาก จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับ กระทั่งเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ.ได้ลงพื้นที่จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในพิ้นที่ จ.เชียงใหม่, เชียงราย, อุดรธานี, ยโสธร และสงขลา

Advertisement

พ.ต.อ.เนติกล่าวอีกว่า สอบสวนนายพัสสน, น.ส.สุวัฒนา, นายอภิชาติวุฒิ และนายปฏิพัทธ์ ให้การรับว่ารับจ้างเปิดบัญชีม้า โดยได้ค่าจ้างบัญชีละ 400-500 บาท ส่วนนายหลงให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นเรื่องการฉ้อโกง แต่รับว่าเป็นผู้ถอนเงินสดที่ได้จากการกระทำความผิดออกจากตู้เอทีเอ็ม โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท ต่อการถอนเงิน 100,000 บาท ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายหลง และทำการสืบสวนขยายผลต่อไป