เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) กล่าวว่า จากการที่สำนักงาน ปปง. บูรณาการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว(บก.ทท.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ(บริษัททรานลี่ ทราเวิล จำกัด) เป็นบริษัทนำเที่ยวด้อยคุณภาพ สร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจประเทศในเขตพื้นที่จ.ภูเก็ต จนนำไปสู่ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามมาตรา 3 (10) แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 นั้น ทรัพย์สินดังกล่าวมีเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ สำนักงาน ปปง. จะต้องจัดหาสถานที่ในการเก็บรักษาทรัพย์สิน และหากเก็บไว้อาจเสื่อมค่าเสื่อมราคาและมีค่าใช้จ่าย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายเสื่อมค่าของทรัพย์สินประเภทต่างๆ สำนักงาน ปปง. จึงจัดขายทอดตลาดทรัพย์สินคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ (บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด) จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 6-8 กันยายน ที่ห้องประชุมเทศบาลนครภูเก็ตจำนวน 151 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่มีการประมูลได้ประมาณ 108 ล้านบาท

พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. สำนักงาน ปปง. จะจัดขายทอดตลาดทรัพย์สินคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ (บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด)จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 2 จำนวน 39 รายการ ประกอบด้วย เรือนำเที่ยว จำนวน 6 รายการ รถโดยสารปรับอากาศพิเศษ จำนวน 33 รายการ ราคาเริ่มต้นประมูลประมาณ 43 ล้านบาท ที่ห้องประชุมเทศบาลนครภูเก็ต ผู้ที่ประสงค์เข้าสู้ราคาสามารถติดต่อขอดูสภาพทรัพย์สินได้ในวันที่ 31 ตุลาคมระหว่างเวลา 09.30 – 16.00 น. ณ ท่าเรือแสงอรุณ ถนนอนุภาษ บริษัทภูเก็ตโบ๊ต ลากูน ถนนเทพกระษัตรี กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ถนนเทพกระษัตรี บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด ถนนพูนผล อ.เมืองภูเก็ต และสามารถตรวจสอบรายการที่สนใจในเว็บไซต์ของสำนักงาน ปปง. www.amlo.go.th หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อหมายเลขสายด่วน ปปง. 1710 ในวันและเวลาราชการ

