ตามที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.เลียบทางรถไฟ พิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อท.180/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญาทุจริต 3 น.ส.จันทร์จิรา ธนะพัฒน์ ร.ต.จักรกฤษณ์ กลั่นดี บิดามารดานายจิระพงษ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ ผู้เสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรค์ และพวกอีก 6 คน ว่า จำเลยที่ 1-5 และ 7 กระทำผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษข้อหาฆ่า “มาวิน” โหดร้ายทารุณฯบทหนักสุดให้ประหารชีวิตลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 6 ผิดข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จำคุก 5 ปี 4 เดือน
สำหรับบรรยากาศผ่านจอภาพวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ทางฝั่งเรือนจำกลางคลองเปรม ผู้สื่อข่าวสังเกต พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ว่า มีลักษณะร่างกายสมบูรณ์ โดยเป็นผู้จัดแจงตำแหน่งที่นั่งของจำเลยทุกคน รวมถึงจัดตำแหน่งกล้องที่ส่งสัญญาณภาพด้วยตนเอง ซึ่งทีแรกยังมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความวิตกกังวล ทั้งนี้ ก่อนศาลเริ่มอ่านคำพิพากษา พ.ต.อ.ธิติสรรค์ได้สอบถามทางทนายความว่าได้ยื่นบันทึกผลการทำงานตลอดช่วงการรับราชการประกอบไปกับคำแถลงการณ์ปิดคดีของตนแล้วหรือไม่
หลังจากนั้นระหว่างรอการฟังคำพิพากษา พ.ต.อ.ธิติสรรค์เริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด และก้มหน้าขมวดคิ้ว จนเมื่อศาลกำลังจะเริ่มอ่านคำพิพากษาได้ยกมือขออนุญาตศาล อ่านแถลงการณ์ต่อศาล แต่ศาลไม่อนุญาต โดยระบุว่า วันนี้เป็นการนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ก่อนหน้าทางศาลได้รับคำแถลงการณ์ปิดคดีทั้งหมด 454 หน้า ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดการปิดคดี คำแถลง และผลการทำงานในขณะที่รับราชการเป็นตำรวจมาทั้งหมดแล้ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ได้กล่าวกับศาลว่า เพียงแค่อยากกล่าวขอโทษทุกคนและอยากอธิบายให้เข้าใจในสิ่งที่ทำ เพราะที่ผ่านมาทนายความของตนไม่เคยเดินทางมาพบที่เรือนจำ และตนยังไม่เคยเห็นคำแถลงปิดคดีของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ศาลไม่อนุญาตให้อดีตผู้กำกับโจ้แถลงการณ์
และในช่วงที่ศาลอ่านพิพากษาลงโทษประหารชีวิต และลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต อดีตผู้กำกับโจ้มีแววตาเคร่งเครียด ท่าทีนิ่งเฉย บางช่วงยืนหลับตาเงยหน้ารับฟังคำพิพากษาของศาล

