อ่วม!แจ้งอีกข้อหาก่อนคุมวินจยย.หื่นฉุดนักเรียนฝากขัง

9.06.22 | 13:41 น.

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน นำตัวนายสมศักดิ์ แจ้งสัตย์ วินจยย.รับจ้างผู้ต้องหาใช้มีดคัตเตอร์จี้นักเรียนอายุ 16 ปี ฝากขังอาญากรุงเทพใต้ พ.ต.ท.นิรันดร์ โสมะคุณานนท์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.คลองตัน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. พาตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหายืนยันจุดที่ทิ้งโทรศัพท์มือถือผู้เสียหายแต่ยังไม่พบของกลาง พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “พรากผู้เยาว์เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปโดยไม่มีเหตุอันควร” เพิ่มเติมอีกข้อหา รวมกับ 2 ข้อหาแรกที่แจ้งไปก่อนหน้าเป็น 3 ข้อหา คุมตัวผู้ต้องหาขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อศาลรับฝากขังก็จะมีการนำตัวไปส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้านบิดา มาเยี่ยมลูกชายและพบพนักงานสอบสวนเปิดเผยว่าพยายามสอบถามลูกว่าก่อเหตุไปเพราะอะไรลูกชายไม่ตอบอะไรได้แต่เงียบและพูดเพียงว่าเป็นห่วงลูกทั้งสามคน อยากฝากให้ตนดูแลพาไปอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับหลานทั้งสามคน ส่วนตัวก็มีภาระหลายอย่างรายได้จากอาชีพรักษาความปลอดภัยเดือนละ 15,000 บาท มีรายจ่ายที่ค่อนข้างเยอะประกอบกับเป็นห่วงหลานทั้งสามคนหากไม่มีคนดูแลใกล้ชิด อาจทำให้เสียอนาคตเนื่องจากหลานชายคนโตอยู่ในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อและละแวกบ้านก็เป็นที่รู้กันว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด อีกทั้งตนทำงานเป็นกะทั้งกลางวันและกลางคืน ผลัดเปลี่ยนกันทุก 15 วัน ไม่มีเวลาดูแลหลานทั้งสามคนได้อย่างที่ควร

บิดา ผู้ต้องหากล่าวอีกว่าขณะนี้ทราบว่าหลานทั้งสามคนมีพี่สาวต่างพ่อมารับไปอยู่ในการดูแลของแม่อดีตภรรยาลูกชายตนจะขอดำเนินการจัดการเรื่องลูกชายให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะไปดำเนินการเกี่ยวกับหลานทั้งสามคน เบื้องต้นหลังเกิดเรื่องมีนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับการขอรับการดูแลหลานทั้งสามคน ตนพร้อมหากหลานทั้งสามคนจะได้รับสิ่งที่ดีกว่า ทั้งเรื่องการเรียนและการเป็นอยู่ แต่หากว่าทางครอบครัวอดีตภรรยาลูกชายจะติดต่อมาเพื่อขอดูแลหลานตนยืนยันว่าจะขอดูแลหลานทั้งสามคนเองเนื่องจากอดีตลูกสะใภ้เลิกรากันไปนานหลายปีและหลานทั้งสามคนก็เติบโตมากับตน อยากขอชี้แจงเกี่ยวกับเสื้อวินรถจักรยานยนต์ที่ลูกชายใส่ว่าเสื้อดังกล่าวเป็นของตนที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เห็นว่าก่อนหน้านี้ลูกชายเพิ่งพ้นโทษและไม่มีงานทำ ต้องเลี้ยงดูลูก 3 คนและหาค่าเช่าห้อง ประกอบกับตนเปลี่ยนอาชีพจึงส่งต่อให้ลูกชาย ไม่ได้เป็นการขายเสื้อวินตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ส่วนตัวยอมรับว่าการส่งต่อเสื้อวินให้กับลูกชายอาจจะมีความผิดซึ่งก็พร้อมยอมรับกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น