คนปลูกกัญฯ ห่วงถูกเช็กบิลย้อนหลัง ไม่กล้าจดแจ้งแม้ปลดล็อกแล้ว
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีที่มีการปลดล็อกกัญชาพ้นจากยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 โดยประชาชนสามารถจดแจ้งเพื่อขอปลูกในบ้านได้อย่างถูกกฎหมายเป็นวันแรกนั้น ล่าสุดได้ติดต่อไปยังตัวแทนของกลุ่มผู้ปลูกกัญชา กรุงเทพมหานครและนนทบุรี เพื่อสอบถามความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าว พบว่าหลายรายยังมีความกังวลในข้อกฎหมาย
ทั้งนี้ ประชาชนผู้ปลูกกัญชารายหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้ปลูกกัญชามาก่อนหน้าที่จะมีการปลดล็อกและให้จดแจ้งปลูกผ่านเว็บไซต์ “ปลูกกัญ” ต้องยอมรับว่า เป็นการปลูกที่ต้องหลบๆซ่อนๆ ต้องหาซื้อเมล็ดนำเข้ามาจากต่างประเทศ และขณะนี้ อยู่ระหว่างการเลี้ยงฟาร์มรุ่นที่ 2 โดยกัญชาที่ตนปลูกเป็นสายพันธุ์ Strawberry Kush และ Gorilla Cookies ซึ่งกัญชาหนึ่งรุ่นใช้เวลาปลูกราว 3-4 เดือน ทั้งนี้ สายพันธุ์ที่ตนเลือกปลูกเป็นพันธุ์ต่างประเทศ ใช้การปลูกระบบปิด (indoor) ควบคุมอุณหภูมิใกล้เคียงกับความต้องการของสายพันธุ์มากที่สุด และเพื่อลดการใช้ยาฆ่าแมลง ต่างจากสายพันธุ์ไทยที่ส่วนใหญ่จะเน้นกลางแจ้งกับแดด (outdoor) ควบคุมแมลงยาก เป็นสาเหตุที่ผู้ปลูกต้องใช้ยาฆ่าแมลงทำให้มีโลหะหนักปนเปื้อน
“สำหรับการปลูกกัญชา จะมีรายละเอียดสายพันธุ์เยอะ แต่หลักๆ จะเป็นสายพันธุ์อินดิกา เหมาะกับการใช้ช่วงกลางคืนทำให้นอนหลับดี บรรเทาปวด และสายพันธุ์ซาติวา เหมาะใช้กลางวัน ทำให้ตื่นตัว อย่างต่างประเทศที่เขาก้าวไปไกลกว่าไทยมาก จะมีการศึกษาวิจัยข้อมูลส่วนนี้ชัดเจน ทำให้คนปลูกรู้ว่านี่เป็นสายพันธุ์ใด เพื่อการรักษาอาการใด การปลดล็อกกัญชา ส่วนนี้มีกลุ่มคนที่ใช้อยู่แล้วแต่ไม่ได้เปิดเผยทั้งการแพทย์ และสันทนาการ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความเข้าใจจริงๆ ส่วนที่บอกว่าใช้กัญชาแล้วอารมณ์ดี หัวเราะ เป็นความเข้าใจผิดของคนทั่วไป เพราะในความจริงแล้วปฏิกิริยาที่ตอบสนองออกมา ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นเราเจอกัญชาสายพันธุ์” ผู้ปลูกกัญชารายเดิมกล่าว
ผู้ปลูกกัญชา กล่าวว่า อยากให้บ้านเราใช้วิธีแนะนำมากกว่าห้าม เช่น กระท่อมที่ถูกกฎหมายแล้ว ก็มีบางคนสื่อสารถึงวิธีใช้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกใบ ล้างใบ ดังนั้นกัญชา ก็ควรมีการออกมาให้คำแนะนำอย่างชัดเจนว่า จริงๆ ไม่ได้ทำให้ขำ หรือซึมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี อย่างเช่นกลุ่มเพื่อนของตนทำงานเจอสารเคมีทุกวัน เป็นโรคไมเกรนที่ใช้ยาแผนปัจจุบันไม่ได้ผล ก็เลยขออนุญาตใช้กัญชาทางการแพทย์ ก็พบว่าช่วยในเรื่องอาการป่วยได้ดี

“วันนี้ เห็นด้วยที่ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด เพราะหลายคนต้องการใช้เป็นทางเลือก เหมือนสมุนไพรใช้รักษาโรคมากกว่าการใช้ยาเม็ด ให้คีโมเคมี” ผู้ปลูก กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการจดแจ้งปลูกเป็นเรื่องดีหรือไม่ ผู้ปลูกกัญชา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยในการปลูกแบบจดแจ้ง เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนผู้ปลูก รวมถึงการรักษาคุณภาพของกัญชานั้นๆ แต่ยอมรับว่า ผู้ที่ปลูกกัญชามาอยู่แล้ว ก็ยังไม่กล้าจดแจ้ง เพราะยังไม่มั่นใจในกฎหมาย กลัวว่าจะเป็นหลักฐานมัดตัวในอนาคต เนื่องจากกฎหมายก็ยังไม่ชัดเจน ว่าปลูกได้แล้วจะมีความผิดอะไรหรือไม่ ทั้งนี้เชื่อว่าหากมีกฎหมายชัดเจน มีความปลอดภัย ทุกคนที่ปลูกก็สมัครใจจะจดแจ้งแน่นอน
“อย่างกรณีที่มีผู้ใช้กัญชาในการผสมอาหาร แล้วไปขับรถจะถูกจับหรือไม่ คำว่า เมา จะต้องเป็นแบบไหน ต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ รวมถึงต้องให้ความรู้กับประชาชน เพราะจริงๆ กัญชาเหมือนเป็นมายาคติในสังคม ที่เหมาะเราหนีผีปอบต้องวิ่งลงโอ่ง ทั้งๆ ที่ความจริงมีชุดความรู้ที่คนต้องรู้ เชื่อว่าคนเราฉลาดเลือก อย่างเช่นเอฟเฟ็กต์กัญชา บางคนตอบรับไม่เหมือนกัน บาคนแพ้ก็มี ก็จะเหมือนกันทำไมบางคนเลือกดื่มเหล้า บางคนดื่มเบียร์ ดื่มไวน์ก็มี ทั้งๆ ที่เมาเหมือนกัน แต่คนเราเลือกไม่เหมือนกัน” ผู้ปลูกรายเดิม กล่าว

