รมว.สุชาติ ย้ำ! ไอแอลโอ ไทยมุ่งจ้างงานคุณภาพ ดูแลสิทธิ ฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด

9.06.22 | 18:10 น.

รมว.สุชาติ ย้ำ! ไอแอลโอ ไทยมุ่งจ้างงานคุณภาพ ดูแลสิทธิ ฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 110 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ว่าขอแสดงความยินดีกับไอแอลโอ (ILO) ในการจัดการประชุมในครั้งนี้ที่เป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นฟู ที่สำคัญขอขอบคุณคุณกาย ไรเดอร์ ซึ่งเป็นผู้นำที่ได้ทุ่มเทในระหว่างการดำรงตำแหน่ง ก่อนสถานการณ์โควิด-19 ประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด Least Development Countries (LDC) ประสบกับความท้าทายในหลายๆ ด้าน ปัจจุบันการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ยิ่งมีความยากลำบากมากขึ้น ประเทศไทยเป็นพันธมิตรและมีความร่วมมือกับประเทศอาเซียน รวมถึงภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา โดยเฉพาะด้านการประกันสังคม การพัฒนาทักษะอาชีพ และระบบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ประเทศไทยขอสนับสนุนและแสดงความชื่นชมต่อความพยายามของผู้อำนวยการใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นของ LDC และบรรจุลงในวาระสำคัญ ผลกระทบของโควิด-19 ทำให้เราต้องมีความยืดหยุ่น


นายสุชาติกล่าวว่า ประเทศไทยในฐานะสมาชิกร่วมก่อตั้งไอแอลโอ มีพันธกิจในการส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม การจ้างงานอย่างมีผลิตภาพ และงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน และรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน

“ยกตัวอย่างการดำเนินการที่ดีของประเทศไทยในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้แก่ มาตรการร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ในสถานที่ทำงาน โดยสามารถกระจายวัคซีนได้รวดเร็วขึ้น และเข้าถึงแรงงานทุกสัญชาติ เป็นผลให้แรงงาน จำนวน 4 ล้านคน ได้รับวัคซีนจากกระทรวงแรงงาน นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงมาตรการรักษาการจ้างงานสำหรับ SMEs สามารถที่จะสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก จำนวน 4 แสนแห่ง และรักษาการจ้างงานให้กับแรงงาน 5 ล้านคน รวมถึงสร้างงานใหม่อีกกว่า 6 หมื่นตำแหน่ง

Advertisement

“ที่สำคัญโครงการ Factory Sandbox ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรับมือกับผลกระทบของโควิด-19 โดยสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและการสาธารณสุข ลูกจ้างในภาคการผลิตได้รับการคุ้มครองการจ้างงานและรายได้ ผ่านการตรวจ ฉีดวัคซีน และการแยกกักตัว โดยโครงการได้ให้การสนับสนุนสถานประกอบการ ป้องกันสุขภาพให้กับลูกจ้าง และทำให้ประเทศสามารถรักษาการจ้างงานได้มากกว่า 4 แสนตำแหน่ง และสร้างมูลค่าในการส่งออกสูงสุดในรอบ 30 ปี

“ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการฝึกงานที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการจ้างงานที่มีผลิตภาพและเต็มที่ ดังนั้น ประเทศไทยจึงสนับสนุนการกำหนดมาตรฐานแรงงานใหม่ เรื่องการฝึกงาน ผมขอยืนยันความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการร่วมมือกับไอแอลโอ และประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อมุ่งไปสู่การฟื้นฟูหลังโควิด-19 โดยคาดหวังที่จะสร้างอนาคตที่มีการจ้างงานอย่างมีผลิตภาพ และงานที่มีคุณค่า โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง” นายสุชาติกล่าว

ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าว นอกจาก รมว.แรงงาน ยังมีนายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ผู้แทนฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง เข้าร่วมด้วย