อย.มัดรวมให้ ‘พ.ร.บ.อาหาร’ ที่สายเขียวต้องรู้แจงยิบทุกขั้นตอน จ่อคลอดประกาศใหม่ ต่อยอด ‘ชาใบกัญชา’

11.06.22 | 19:15 น.

อย.มัดรวมให้ ‘พ.ร.บ.อาหาร’ ที่สายเขียวต้องรู้แจงยิบทุกขั้นตอน จ่อคลอดประกาศใหม่ ต่อยอด ‘ชาใบกัญชา’

 

อย.มัดรวมให้ ‘พ.ร.บ.อาหาร’ ที่สายเขียวต้องรู้ แจงยิบทุกขั้นตอน จ่อคลอดประกาศใหม่ ต่อยอดธุรกิจ ‘ชาใบกัญชา’

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันที่ 2 ในงาน “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้แนวคิด กัญชาคืนชีวิตสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชน ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น.

เวลา 13.00 น. น.ส.นฤมล ฉัตรสง่า รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของอาหารและการบริโภคอาหาร กองอาหารสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวบรรยายในหัวข้อ “สายเขียวต้องรู้กับ พ.ร.บ.อาหาร”

ในตอนหนึ่ง น.ส.นฤมลกล่าวถึงการลงทะเบียนปลูกว่า หลังวันที่ 9 มิถุนายน 2565 สบายมาก ไปดูที่แอพพ์ “ปลูกกัญ” จะใช้ส่วนประกอบจากใครก็ติดต่อไปช่องทางนั้น

Advertisement

โดยกล่าวถึง การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา/กัญชงนั้นมีขั้นตอนคือ ยื่นข้อมูลคุณภาพของวัตถุดิบ ลักษณะอาหาร ส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต ภาชนะบรรจุและผลวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตามกฎหมาย รวมถึงฉลากอาหารที่ต้องมีการแสดงข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค และที่สำคัญคือคำเตือน ข้อแนะนำการบริโภค

สำหรับ ขั้นตอน “ขออนุญาตสถานที่ผลิต” น.ส.นฤมลระบุว่า เริ่มจากเตรียม 1.เอกสารผลิต และ 2.สถานที่

โดยเอกสารต้องมีความสอดคล้องทั้งในเรื่องของสถานที่ และกรรมวิธีการผลิต มีเครื่องมืออย่างเพียงพอ มีการควบคุมการผลิต ลด /ขจัด /ป้องกันอันตรายด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงมีระบบสุขาภิบาล

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนจากบุคลากร ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพและสุขลักษณะส่วนบุคคลในการปฏิบัติงาน รวมถึงความรู้ของผู้ประกอบการ ทั้งผลิตและนำเข้า

ในเรื่องของ “หลักการจัดเตรียมเอกสาร” สามารถประสานงานได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งมีข้อมูลที่หน้าเว็บไซต์ด้วย โดยสามารถยื่นอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา กัญชง ได้ผ่านระบบ E-Submission

มีขั้นตอนดังนี้ 1.ผู้ประกอบการยื่นคำขอให้ตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร และชำระค่าคำขอ จากนั้นรอการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร และ รอรายงานผลการตรวจประเมิน

สำหรับ “การตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร” จะต้องเป็นไปตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 420 พ.ศ 2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร ซึ่งข้อกำหนดพื้นฐาน 5 หมวด ดังนี้

1.1.สถานที่ตั้ง อาคารผลิต การทำความสะอาด และบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี
1.2.เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตการทำความสะอาดและการบำรุงรักษา
1.3.ควบคุมกระบวนการผลิต
1.4.การสุขาภิบาล
1.5.สุขลักษณะส่วนบุคคล

2.ยื่นคำขอด้านสถานที่ผลิตและชำระค่าคำขอ จากนั้น รอผู้อนุญาตพิจารณา โดยจะได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1/1) ซึ่งจะต้องชำระค่าธรรมเนียมสำหรับกรณี อ.2

โดยประชาชนควรเตรียมหลักฐานดังนี้

1.จัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามคู่มือประชาชน
2.หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของวัตถุดิบส่วนของกัญชา หรือส่วนของกัญชง (ใบอนุญาต (ผลิต) ปลูก หรือหลักฐานการซื้อขาย)
3.หลักฐานการบันทึกรายรับรายจ่าย ส่วนของกัญชา หรือส่วนของกัญชง
4.การได้รับเลขสารบบอาหาร เช่น สำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร อ.18 , หรือสำเนาใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) แล้วกรณี

ในส่วนของ “การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา กัญชง” มีขั้นตอนคือ

ผู้ประกอบการยื่นคำขอและเอกสารตามที่กำหนดในคู่มือผ่านระบบ E-Submission และชำระค่าคำขอ จากนั้น เจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอ ผลวิเคราะห์ และฉลากอาหาร ก่อนออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน อ.18 หรือ สบ.3/1

โดย น.ส.นฤมลชี้ว่า ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์อาหาร ณ ขณะนี้ แหล่งที่ใช้ได้ มี 3 ที่ คือ 1.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2.ห้องปฏิบัติการกลาง (Central Lab Thai) 3.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ (วว.)

สรุป ทุกๆ อาหาร อย. หรือ สสจ.จะพิจารณาฉลากให้ด้วย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำฉลาก ต้องดูว่าเป็นไปตามประกาศอะไร เช่น ปสธ.ฉบับที่ 427 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ปสธ.ที่ 429 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออล เป็นส่วนประกอบ

ปรับที่ 425 เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง

น.ส.นฤมล กล่าวถึงขั้นตอน “การแสดงฉลากที่จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค” ต้องมีรายละเอียด ดังนี้

1.ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า เมล็ดกัญชง, น้ำมันเมล็ดกัญชง, โปรตีนจากเมล็ดกัญชง, ส่วนของกัญชา หรือกัญชงที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร, สารสกัดแคนาบิไดออล และต้องมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ เช่น “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” กรณีเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

2.เลขสารบบอาหาร 13 หลัก

3. ชื่อและที่ตั้ง ผู้ผลิต, ผลิตโดย, ผู้แบ่งบรรจุ หรือ แบ่งบรรจุโดย….

4.ส่วนประกอบที่สำคัญ เป็นร้อยละของน้ำหนัก โดยปริมาณเรียงจากมากไปน้อย กรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้แสดงปริมาณต่อ 1 หน่วย (เม็ด/ ช้อนตวง)

5.ข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ หรือสารที่ก่อภาวะภูมิไวเกิน ซึ่งอาจจะบอกว่า ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มี….. ,อาจจะมี…. โดยแสดงไว้ใต้ส่วนประกอบ

“ท่านอาจแสดงแบบไม่ครบ แบบประมาณก็ได้ แต่เวลาแจ้งเจ้าหน้าที่ในแบบฟอร์ม สูตรต้องครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เพื่อรักษาความลับทางการค้าของผู้ประกอบการเอง กฎหมายบอก ส่วนประกอบโดยประมาณ แต่ไม่ได้ปัดตามหลักใจฉัน ปัดตามหลักคณิตศาสตร์” น.ส.นฤมลกล่าว

6.แสดงชื่อ เฉพาะ INS และหน้าที่ของวัตถุเจือปนอาหาร

7.ปริมาณสุทธิ

8. ควรบริโภคก่อน / หมดอายุ โดยให้แสดงวันเดือนและปี หรือ เดือนและปี ตามลำดับ

9.คำเตือน เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 425, 427, 429

นอกจากนี้ ยังต้องแสดง การแต่งกลิ่น (รส) วิธีรับประทาน วิธีเตรียม และข้อแนะนำในการเก็บรักษา

จากนั้น น.ส.นฤมล กล่าวถึงการแก้ไขข้อกฎหมาย เกี่ยวกับอาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา กัญชง ดังนี้

1.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย

– โดยภายหลังวันที่ 9 มิ.ย.65 ส่วนของกัญชาหรือกัญชงที่อนุญาตให้ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารได้ยังคงเดิม

2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 425) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงโปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง

– มีการปรับแก้ไขข้อกำหนดที่อ้างถึงกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้เป็นปัจจุบัน

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง

– มีการยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับ CBD
– ปรับแก้ไขข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสาร THC กรณีเป็นวัตถุดิบสำหรับแปรรูปอาหาร และผลิตภัณฑ์ปรุงรส
– ปรับแก้ไขการแสดงฉลากเพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับ อาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 428) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อนชนิดสารเดตราไฮโดรแคนนาบินอล และสารแคนนาบิไดออล

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 429 ) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอกหาร พ.ศ. 2522
เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไตออลเป็นส่วนประกอบ

– มีการเพิ่มเติมรายละเจียดของสารสกัดแคนนาบิไดออล ปรุงแต่งชนิดละลายน้ำ
– ปรับแก้ไขเงื่อนไขการใช้สารสกัด CBD ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

น.ส.นฤมล ปิดท้ายด้วยการกล่าวถึงกฎหมายที่กำลังออกใหม่ คือ (ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ …) พ.ศ…. เรื่อง ชาจากใบกัญชา หรือกัญชง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

1. กำหนดให้ ชาจากใบกัญชาหรือกัญชง เป็น อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน
2. กำหนดนิยามศัพท์ของ “ชาจากใบกัญชาหรือกัญชง”
3. กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของชาจากใบกัญชาหรือกัญชง
4. กำหนดปริมาณการใช้ใบกัญชาหรือกัญชง ไม่เกิน 1 กรัมต่อการบริโภค 1 ครั้ง
5. กำหนดการควบคุมกระบวนการผลิตของผู้ผลิตชาจากใบกัญชาหรือกัญชง และการได้มาซึ่งส่วนของกัญชา หรือกัญชงโดยชอบด้วยกฎหมาย
6. กำหนดการใช้ภาชนะบรจุสำหรับชาจากใบกัญชาหรือกัญชง
7. กำหนดการแสดงฉลากของชาจากใบกัญชาหรือกัญชง
8. กำหนดการแสดงข้อความกล่าวอ้างทางโภชนาการ และการแสดงข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพ
ของชาจากใบกัญชาหรือกัญชง
9. กำหนดบทเฉพาะกาลสำหรับผู้ผลิตชาจากใบกัญชาหรือกัญชง ซึ่งได้รับอนุญาตและต้องปฏิบัติ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ.2564 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ต้องปฏิปัติให้ถูกต้องตามประกาศนี้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
10. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

“ฉะนั้น ในอนาคตข้างหน้าที่จะต่อยอดได้ คือ ชาใบกัญชา และ กัญชง ซึ่งจะรวมพืชประเภทอื่นก็ได้ แต่ให้อยู่ในประกาศเรื่องชา ซึ่งประกาศจะออกในเร็วๆ นี้ โดยจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ทั้ง 4 ประกาศด้วย” น.ส.นฤมลกล่าวทิ้งท้าย