อ.อนันต์ชัย ชี้ทางรอดธุรกิจกัญชา หลังปลูกล้นตลาด แนะระบบนำส่งสารสกัด เพิ่มมูลค่า

11.06.22 | 19:36 น.

อ.อนันต์ชัย ชี้ ทางรอดธุรกิจกัญชา หลังคนปลูกล้นตลาด แนะใช้ระบบนำส่งสารสกัด เพิ่มมูลค่าสินค้า

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ งานมหกรรมกัญชา 360 องศา “ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” บนเวทีเสวนาวิชาการหลัก โดย ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในหัวข้อ “ระบบนำส่งสารสกัดแคนนาบิไดออล เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจกัญชา กัญชง ในประเทศไทย” ว่า


สำหรับการนำพืชกัญชา กัญชงมาใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ สามารถใช้สารสกัดที่เป็นสารสำคัญจากทั้ง THC และ CBD ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคนมักจะพูดถึงการใช้สารสกัด แต่จริงๆ แล้วการมีระบบนำส่งสารสกัดเหล่านั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้เกิดการใช้ที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลอย่างชัดเจน

ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า สำหรับสารสกัด CBD มีข้อจำกัดที่ทำให้เข้าสู่ร่างกายได้ยาก เนื่องจากละลายน้ำยาก ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อย ดังนั้น หากเราแก้ปัญหานี้ได้โดยการใช้ระบบนำส่งที่ทำให้สารสกัด CBD เข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ก็จะเป็นทางออกที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ เพราะเราใช้สารสกัดเท่าเดิม แต่มีการเพิ่มระบบนำส่งเข้าให้เข้าสู่ร่างกายมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ก็ช่วยเพิ่มความแตกต่างจากสินค้าตัวอื่นๆ ในตลาดมากขึ้น ใช้แล้วเห็นผลมากขึ้น

“ขณะนี้นักธุรกิจ ผู้ลงทุน หรือผู้ปลูก ผู้สกัดสารน่าจะหันมาให้ความสำคัญและทำความเข้าใจเรื่องระบบนำส่งสาร CBD นี้ไว้ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าของตัวเอง เพราะหากเราใช้ CBD ที่ไม่มีระบบนำส่ง ก็จะไม่เห็นผล ธุรกิจก็จะไม่ปัง แข่งขันในตลาดได้น้อย” ดร.ภก.อนันต์ชัย

Advertisement

ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวต่อว่า สำหรับระบบนำส่งสาร CBD ในปัจจุบันมีหลายแบบมาก ต่างประเทศให้ความสนใจในเรื่องนี้มาก มีการศึกษา มีการขึ้นทะเบียนเทคโนโลยีต่างๆ ไว้ แต่บ้านเรายังขาดความสนใจนี้อยู่ ทั้งนี้ ระบบนำส่งสารมีหลากหลาย เช่น การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของ CBD นำเอาไปทำให้เกิดผลึกที่ละลายในน้ำได้ดีขึ้น การใช้ตัวนำส่งที่อยู่ระดับนาโนเทคโนโลยี เและอีกหลายแบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับของ CBD ในเลือด นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ

ตนเชื่อว่าหลังจากการปลดล็อกกัญชา กัญชงแล้วประเทศไทยยังไปได้ไกลกว่านี้มาก เฉพาะแค่สารสกัด CBD ตัวเดียวก็เพิ่มคุณค่าทางธุรกิจได้มากแล้ว หากพูดถึงตัวอื่นๆ ด้วย มีการศึกษาที่มากขึ้นต้องไปได้ไกลกว่านี้มากๆ เพราะแทนที่เราจะใช้การสกัดง่ายๆ แข่งทำเหมือนกันหมด กลับกันว่าหากเรานำนวัตกรรมเข้ามาช่วยเสริมควบคู่องค์ความรู้ ก็จะช่วยเพิ่มการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด

ยกตัวอย่างการนำสารสกัด CBD มาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ผิวหนัง ก็จะได้ทั้งเพื่อรักษาโรค เช่น โรคผิวหนัง โรคสะเก็ดเงิน โรคภูมิแพ้ผิวหนัง และเพื่อความงาม เพราะการนำสารเข้าสู่ร่างกายมีหลายวิธี เช่น กิน หยดใต้ลิ้น หรือทา แต่ถ้าเราทาปกติสารสกัด CBD ก็จะผ่านเข้าผิวหนังเพียง 1% แต่ถ้าเราใช้เทคโนโลยีให้เกิดการซึมผ่านมากขึ้น ก็จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการใช้เพื่อรักษาโรคที่สารสกัดต้องเข้าไปและมากกว่าการใช้เพื่อความงาม ดังนั้นจึงเกิดเทคโนโลยี “เข็มไมโคร(Microneedle)” ที่เป็นเข็มขนาดเล็กมากๆ นำมาแปะผิวหนัง ให้สารสกัด CBD ซึมสู่ผิวได้มากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ก็เริ่มมีการใช้แพร่หลายในผลิตภัณฑ์แผ่นมาร์กหน้าของผู้หญิง ดังนั้นถ้าเราเพิ่มมูลค่าด้วยการเติมสารสกัด CBD ก็จะช่วยให้สินค้ามีความน่าสนใจ และประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

“หลังจากที่กัญชา กัญชงได้รับการปลดล็อกมาแล้วเราจะเห็นปลายทางชัดขึ้น เราจะเห็นช่องทางการใช้สารสกัดที่เห็นผล ส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่างประเทศยอมรับ มีสินค้ามากขึ้น คนซื้อมากขึ้น ตลาดกว้างใหญ่มากขึ้น เห็นผลลัพธ์จากการใชงานมากขึ้น ตลาดโตขึ้น มูลค่าก็สูงขึ้น ก็จะเป็นทางรอดของอุตสาหกรรม CBD ของประเทศไทย ฉะนั้นองค์กรใดที่ถือเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเหล่านี้ได้ ผู้ผลิตก็จะวิ่งเข้าไปหา ไม่ใช่ว่าทุกคนปลูกได้ แต่ไม่รู้จะปลูกกันไปทำไม” ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าว

ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล