จอห์น วิญญู ร่วมงานปลดล็อกกัญชาบุรีรัมย์ ชี้ กม.ต้องรัดกุม ควรเปิดโอกาสทุกคน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2565 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ งานมหกรรมกัญชา 360 องศา “ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” นายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ หรือ จอห์น วิญญู ให้สัมภาษณ์ถึงการปลดล็อกกัญชา กัญชงในประเทศไทย ว่า ตนติดตามกฎหมายการปลดล็อกกัญชาในไทยมาต่อเนื่อง เพราะเป็นข่าวที่เกิดขึ้นในไทย โดยเฉพาะช่วงที่สหรัฐอเมริกาเริ่มผ่อนคลายกฎหมายเรื่องนี้ ก็เริ่มมองว่าภูมิภาคอื่นของโลกให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างไรบ้าง อย่างยุโรปก็เริ่มมีบ้างแล้ว
“ในเอเชียเรามองว่าเป็นเรื่องยาก และไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ แต่เท่าที่ดูคนในประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มานานแล้ว คนไทยเก่งๆ เรื่องกัญชา กัญชงมีเยอะ เพียงแต่รอเวลา กระทั่งมีนโยบายนี้เสนอขึ้นมาในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาซึ่งน่าสนใจ และท้ายที่สุดก็เกิดขึ้น สังคมจึงต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน เพราะถือเป็นเรื่องใหม่” นายวิญญูกล่าว
นายวิญญูกล่าวว่า การปลดล็อกก็ไม่ใช่ว่าเสรีแล้วจะปล่อยผ่าน ยังคงต้องจับตาดู เพราะยังมีอีกหลายมิติที่ต้องติดตาม ตนเชื่อว่าคนไทยเป็นชนชาติที่เก่ง ปรับตัวเก่ง และพร้อมสำหรับทุกอย่าง ไม่ว่าจะกัญชา เทคโนโลยี นวัตกรรมหรืออื่นๆ รวมถึงอะไรใหม่ๆ ที่โลกคิดค้นขึ้นมา คนไทยเราพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องให้เวลา ทั้งนี้ สิ่งที่ตามมา และปฏิเสธไม่ได้คือ การบังคับใช้กฎหมายในบ้านเราที่ต้องมีมาตรฐานเดียวกันจริงๆ ไม่ได้เน้นเรื่องดุลยพินิจ รวมถึงช่องโหว่เรื่องการแก้ไขกฎหมาย ดังนั้น กฎหมายจะต้องรัดกุมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน กับประเทศ
“ไม่ใช่เสรีแล้วจะทำอะไรก็ได้ แต่เราต้องพูดกันต่อว่าการบังคับใช้กฎหมายมีมาตรฐานขนาดไหน ที่สำคัญคือโอกาส อย่างที่เห็นก่อนหน้านี้ กฎหมายเหล้าเบียร์ที่มีความแปลกประหลาดในเนื้อหา เช่นต้องผลิตได้มากเท่าไหร่ จึงจะมีอนุญาตผลิตได้ ซึ่งคนที่ไม่มีทุนก็จะไม่สามารถเข้าถึงโอกาสนั้นได้ กลายเป็นนายทุนที่มีโอกาสมากกว่า ฉะนั้นกัญชาเช่นกัน ควรเปิดโอกาสให้คนทุกชนชั้นมีโอกาสเข้าถึงได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเองได้” นายวิญญูกล่าว
เมื่อถามถึงความรู้สึกที่เห็นคนมาร่วมงานถือต้นกัญชา ซื้อผลิตภัณฑ์กลับบ้าน นายวิญญูกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะอย่างน้อยก็ได้กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ แต่ก็อยากเห็นสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ อยากให้นึกถึงบริเวณพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพราะพืชชนิดนี้คงไม่ใช่พืชเศรษฐกิจเฉพาะในโซนนี้ แต่ควรเป็นทั่วประเทศให้คนเข้าถึงได้ โดยเฉพาะคนไทยเก่งๆ เกษตรกรเก่งๆ ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้มีมาก เพียงแต่ต้องเปิดโอกาสให้เขาเข้าถึงด้วย
“วันนี้ก็ตั้งใจนั่งเครื่องบินมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาดูบรรยากาศงานแล้วก็ไม่ผิดหวัง เห็นความครึกครื้น ความตื่นตัวของคนในพื้นที่” นายวิญญูกล่าว


