ตร.อุบลฯซ้อนแผน รวบหนุ่มเคยเป็นครูแต่ถูกไล่ออก อ้างเป็นจนท.ปปท.ไถเงินเทศบาล

29.10.16 | 14:47 น.

วันที่ 29 ตุลาคม 2559 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี  พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.เดินทางมาพบ พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รอง ผกก ( สอบสวน) สภ.เมืองอุบลราชธานีเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีกับนายเอกทัศน์ หรือ ปกรณ์ สูนานนท์ อายุ 43 ปี ในข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ปลอมเอกสารและใช้เอกสารราชการปลอม ทะเบียนรถยนต์ยี่ห้อเชพ โลเล็ต สีดำ จากหมายเลขทะเบียน 1 กว – 9801 กทม. เป็น 2กว-9801 กทม. มีและใช้วิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้ตรา ปปท.ของทางราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา พ.ต.ต.บวรศักดิ์ คำรังสี สว.สส.สภ.เมืองอุบล พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสายสืบได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลอุบล อ.เมือง จ.อุบลฯว่ามีจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะมาตรวจสอบการทุจริตของเทศบาลตำบลอุบลฯโดยกุเรื่องว่าถูกร้องเรียน มีหลักฐานเอาผิด แต่สามารถวิ่งเต้นให้รอดคดีได้ ซึ่งพฤติกรรมน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ปลอม ทางเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันซ้อนแผนจับกุม จึงได้นัดหมายที่บริเวณร้านหงษ์ฟ้าภัตตาคาร  บริเวณชั้น 2  ถนนเทพโยธี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลฯ พอถึงเวลานัดหมาย นายเอกทัศน์ หรือ ปกรณ์ สูนานนท์ อายุ 43 ปี ได้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อเชพ โลเล็ต สีดำ จากหมายเลขทะเบียน 2 กว-9801 กทม. ก่อนจนมุมคาหนังคาเขา พร้อมของกลาง เอกสารที่ใช้ในการกระทำผิด บรรจุในซองสีน้ำตาล 1 ชุด เสื้อกั๊กสีดำติดตราของทางราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) วิทยุสื่อสาร1 เครื่อง โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง ตรวจสอบรถยนต์พบติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอม

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เพื่อรีดไถเงิน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไปยังสำนักงาน ป.ป.ท. ก็ยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.แต่อย่างใด นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัตินายเอกทัศน์ พบว่าเคยเป็นครูมาก่อนมีคดีฉ้อโกงจนถูกไล่ออกจากราชการ และมีหมายจับของศาลจังหวัดเลยข้อหาหมิ่นประมาท จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวว่าขณะนี้มีบุคคลแอบอ้างชื่อ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เพื่อ เรียกรับเงินกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยอ้างว่าถูกกล่าวหาร้องเรียน และสามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือให้สามารถยุติเรื่องได้ จึงขอชี้แจงว่าอย่าได้หลงเชื่อมิจฉาชีพ ดังกล่าว เพราะป.ป.ท. มีมาตรการควบคุมเจ้าหน้าที่ในเรื่องนี้อยู่แล้ว หากเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลใด หรือหน่วยงานใดพบเห็นการแอบอ้างชื่อกรรมการป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ป.ป.ท. ไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ขอให้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี หรือแจ้งสำนักงานป.ป.ช. เพื่อดำเนินการต่อไป

Advertisement