‘อนุพร’ นำทีมสมัครนายกสภาทนายความ ลั่นพัฒนาสวัสดิการ ทักษะวิชาชีพ ชี้ ทนายความต้องยืนสมเกียรติ

12.06.22 | 17:23 น.

“อนุพร” นำทีมสมัครนายกสภาทนายความหลังเปิดรับสมัครวันเเรก ลั่นพร้อมพัฒนาสวัสดิการ ความรู้ ทักษะวิชาชีพ ระบุทนายต้องยืนอยู่ได้อย่างสมเกียรติ เป็นหลัก ปชช.เข้าถึงความยุติธรรม


ตามที่คณะกรรมการการมรรยาททนายความได้ออกประกาศให้เลือกตั้งนายกเเละกรรมการสภาทนายความได้เเต่งตั้งให้ นายปัญญา จารุมาศ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งซึ่งนายปัญญาได้ประกาศระยะเวลารับสมัครฯ ในวันที่12-18 มิ.ย.65 เวลา 08.30-16.30น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ  เเละกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 28 ส.ค.65 เวลา 09.00-15.00 น. โดยผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นนายกหรือกรรมการสภาทนายความให้ยื่นต่อคณะกรรมการมรรยาททนายความ ณ ที่ทําการของสภาทนายความ เลขที่ 249 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ (อาคาร 2) ภายในระยะเวลาดังกล่าวใน

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2565 ที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน  เขตบางเขน ซึ่งเป็นวันเปิดรับสมัครวันแรกนายนิพนธ์ จันทเวช โฆษกสภาทนายความฯ เปิดเผยวันนี้เป็นวันเเรกที่มีการเปิดรับสมัคร มีผู้สมัครนายกฯสภาทนายความทั้งหมด 4 คน ซึ่งมีสมัครเเบบไม่มีทีม 1 คนเเละเเบบมีทีมอีก 3 คน โดยมีการเปิดลงทะเบียนเเละจับฉลากหมายเลขซึ่งผู้สมัครที่มาวันนี้ทุกคนมาก่อนเวลาเเละได้ทำการจับสลากหมายเลขเป็นไปด้วยความราบรื่น ซึ่งก็คาดว่าจะมีผู้สมัครชุดอื่นเข้ามาสมัครอีกในวันต่อไป

Advertisement

นายอนุพร อรุณรัตน์  ผู้สมัครนายกสภาทนายความซึ่งจับได้หมายเลข 4 กล่าวว่า วันนี้คณะอนุพร ที่จะเข้ามาเรื่องแรกคือจะสานเสริมสร้างความดีงามหลายเรื่อง ของว่าที่ร้อยตรีดร. ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความที่ทำไว้กว่า 5 ปี ได้พัฒนาสภาทนายความไว้อย่างมาก  วันนี้ตนจึงจะเข้ามาสานต่อและดูแลความเป็นอยู่ของทนายความทั่วประเทศ สร้างภาระหน้าที่งานที่รับผิดชอบมากขึ้นเพื่อให้ทนายความและเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้พบกับผู้ที่ช่วยเหลือด้านกฎหมายและวันนี้ประเทศจะพัฒนาได้ตนคิดว่าประชาชนต้องได้เข้าถึงตัวแทนและที่ปรึกษากฎหมายให้มากที่สุด

โดยต้องการเข้ามาเพื่อดูแลแก้ไขความเดือดร้อนของทนายความ ที่ประสบกับปัญหาเศรษฐกิจผันผวนมีปัญหาด้านความเป็นอยู่การดำรงชีพ จึงจะผลักดันสวัสดิการให้กับทนายความโดยจะมีกองทุนเพื่อดูแลทนายความ ทนายความอาสาที่อยู่ในต่างจังหวัด ต้องประสานนโยบายกับภาครัฐเพื่อจะเกิดสวัสดิการให้ทนายความต่อไป ขยายการทำงานของทนายความเข้าไปถึงองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน มหาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน  สิ่งที่จะผลักดันโครงการเมื่อเข้ามาบริหารจะทำให้โครงการทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจ ขยายให้มากยิ่งขึ้นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะประชาชนในถิ่นทุรกันดารยิ่งกันดารยิ่งต้องการกฎหมายมากขึ้น

“ผมเชื่อว่า ถ้าประชาชนรู้สิทธิ หน้าที่ของตนเอง เข้าถึงกฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมาย ประเทศชาติจะพัฒนาขึ้น” นายอนุพรระบุ

ส่วนปัญหาความศรัทธาของสังคมและประชาชนที่มีต่อทนายความนั้น นายอนุพร กล่าวว่า ปัญหาเรื่องทนายความกับสื่อและสังคม ประชาชน ปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทย ซึ่งวันนี้เราจะต้องพัฒนาหรือให้ความรู้อบรมบรรดาสมาชิกทนายความเพราะหลายครั้งทนายความต่าง มองแค่การพิทักษ์สิทธิให้ลูกความเท่านั้นแต่ความจริงแล้วทนายความต้องมีความจงรักภักดีต่อกฎหมายเป็นสาระสำคัญของการประกอบวิชาชีพทนายความและที่สำคัญที่สุดต้องมีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพการเป็นทนายความ จึงต้องสร้างและรณรงค์ให้สมาชิกทนายความได้มีจิตวิญญาณและรักษาความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพทนายความ

อยากฝากถึงเพื่อนพี่น้องสมาชิกทนายความทั่วประเทศ ว่าวันนี้ตนผู้สมัครนายกสภาทนายความหมายเลข 4 พร้อมคณะผู้สมัครกรรมการสภาทนายความหมายเลข 1 ถึง 22 ทั้งหมด 23 คนพร้อมที่จะเข้ามาดูแลพร้อมที่จะรับใช้บรรดาเพื่อนสมาชิกทนายความ พร้อมพัฒนาความรู้ ทักษะวิชาชีพและพัฒนาสวัสดิการให้ความเป็นอยู่ ที่ยืนอยู่ได้อย่างสมเกียรติ เพราะทนายความต้องยืนอยู่อย่างสมเกียรติในการผู้ดำรงวิชาชีพด้านกฎหมายและที่สำคัญทนายความเรา พร้อมจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เป็นหลักให้กับประชาชน สามารถเข้าถึงความยุติธรรม ผ่านสภาทนายความจังหวัดและส่วนกลาง นี่เป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุด ของคณะอนุพร อรุณรัตน์