พ่อค้า ‘ปลาร้าแซ่บ’ กำไรแน่น หลังผสมใบกัญชา ยันซื้อไปขายต่อ ไม่ต้องขออนุญาตเพิ่ม

12.06.22 | 19:46 น.

พ่อค้า ‘ปลาร้าแซ่บ’ กำไรแน่น หลังผสมใบกัญชา ยันซื้อไปขายต่อ ไม่ต้องขออนุญาตเพิ่ม

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงโค้งสุดท้าย ในงาน “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้แนวคิด กัญชาคืนชีวิตสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชน ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กัญชา-กัญชง เชิงการแพทย์ สำหรับการดูแลสุขภาพและกระตุ้นเศรษฐกิจ


นายธนงศักดิ์ กวีนันทชัย อายุ 55 ปี หุ้นส่วนร้านน้ำปลาร้าผสมกัญชา “แซ่บกัญบ่ ลองเบิ่ง” วิสาหกิจชุมชนปลูกสมุนไพรบ้านยางเลิง กล่าวว่า ตลอด 3 วันที่ออกบูธมานี้ยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วันแรก เสียดายที่บูธค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับยอดขายของทั้ง จ.บุรีรัมย์ เพราะบุรีรัมย์เป็นเมืองที่กินปลาร้าเยอะอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้เราใส่สรรพคุณจากกัญชาเข้าไป เพื่อให้ช่วยในด้านบำรุงสุขภาพนิดหน่อย ซึ่งยอดขายวันสุดท้ายดีกว่าทุกวัน

“ส่วนผสมของน้ำปลาร้าในร้านจะใช้ส่วนของ ใบกัญชาเพียงอย่างเดียว ส่วนที่เหลือเราส่งมอบให้กับทางโรงพยาบาลทั้งหมด ของเรามีสาร CBD ไม่เกิน 0.05 เปอร์เซ็นต์ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด ปกติเราวางจำหน่ายที่ราคาขวดละ 40 บาท แต่ในงานครั้งนี้ ผู้ที่มาร่วมงานจะได้ซื้อในราคาพิเศษ 35 บาท 3 ขวด 100 บาท” นายธนงศักดิ์เผย

Advertisement

เมื่อถามว่า สินค้าของร้านได้รับความสนใจจากคนกลุ่มใดเป็นพิเศษ?

นายธนงศักดิ์เปิดเผยว่า ส่วนมากเป็น อสม. แพทย์ชนบท และกลุ่มประชาชน เป็นลูกค้าทั่วไป เพราะคนอีสานกินปลาร้าเป็นหลักอยู่แล้ว

“เราอยากเอาของดีบ้านเรามาประยุกต์กับกัญชาเพื่อเพิ่มมูลราคา ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านยางเลิง ต.ดอกไม้ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีสมาชิกหลายกลุ่ม แต่สมาชิกที่ได้ อย.มีอยู่ 3 กลุ่ม หลังจากมาทำเป็นวิสาหกิจชุมชน ออกผลิตภัณฑ์นี้ ยอดขายดีขึ้น วันแรกได้ 16,000 บาท ยอด 3 วัน รวมประมาณ 60,000 บาท รายได้ถือว่าใช้ได้ทีเดียว” นายธนงศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ระหว่างการสัมภาษณ์มีผู้เข้ามาสอบถามถึงผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้ากัญชา โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากจะเป็นตัวแทนนำไปวางจำหน่ายในร้านอาหารที่ตนเปิดขายอยู่กรุงเทพฯ โดยไม่ได้ขออนุญาตเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์กัญชาแต่อย่างใด จะสามารถวางขายได้หรือไม่

โดยนายธนงศักดิ์กล่าวว่า หลังจากที่มีการปลดล็อกพืชกัญชาแล้ว แม้แต่คนทั่วไปก็สามารถปลูกได้เอง ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย.แล้ว ก็สามารถนำมาขายได้ตามปกติ เหมือนสินค้าทั่วไป โดยที่ผู้รับไปขายต่อ ไม่ต้องขออนุญาตอะไรเพิ่มเติม

นายธนงศักดิ์กล่าวอีกว่า ตนมองธุรกิจกัญชาเหมือนทางเลือกเพื่อเพิ่มยอดขายให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ อย่างที่ได้คุยกับแม่ค้าร้านขนมจีนน้ำยา จ.นครราชสีมา เดิมขายปกติอย่างเดียว ยอดขายก็ไม่เพิ่ม พอตอนหลังก็เปิดเพิ่มอีก 1 หม้อ เป็นน้ำยาขนมจีนผสมกัญชา ยอดขายก็เพิ่มขึ้น เพราะจากเดิมที่คนซื้อน้ำยาปกติ แต่ก็มีคนอีกกลุ่มซื้อแบบผสมกัญชา ทั้งนี้ คิดว่าไม่ได้เป็นการทำให้คนใช้แล้วติดกัญชา เพราะอย่างคนที่สูบบุหรี่ทั่วไปก็ไม่ได้มีความต้องการจะใช้กัญชา ถึงเวลาที่เราต้องมองประโยชน์ให้มากกว่าโทษ เพื่อให้แต่ละคนมีทางออกทำธุรกิจต่อไป

“ใครทำเร็วก็ได้เร็ว ใครมีอะไรดีก็เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง อย่างผมทำน้ำปลาร้ากัญชา ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง มีการเสียภาษีถูกต้อง ผ่าน อย.ทุกอย่าง คนซื้อก็มั่นใจ ตัวแทนเอาไปขายก็เพิ่มรายได้” นายธนงศักดิ์กล่าว

สำหรับน้ำปลาร้า “แซ่บกัญบ่ ลองเบิ่ง” ทางร้านเคลมว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านมะเร็ง, ป้องกันและชะลอความชรา, ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ, สร้างภูมิคุ้มกัน, ช่วยต้านแบคทีเรีย, ช่วยป้องกันการตกตะกอนของเกล็ดเลือด, ช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ และช่วยให้ผ่อนคลาย บรรเทาความเครียด