กลุ่มแม่ ด.ญ. 3 รายร้องปวีณา ลูกถูกคนขับรถตู้อนาจาร แจ้งความแล้วคดีอืด ซ้ำได้ประกันตัวชั้นสอบสวน

14.06.22 | 13:10 น.

กลุ่มแม่ ด.ญ. 3 รายร้องปวีณา ลูกถูกคนขับรถตู้อนาจาร แจ้งความแล้วคืบหน้าคดีเดียว ซ้ำได้ประกันตัวชั้นสอบสวน


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน ที่ สน.ฉลองกรุง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พาแม่ของเด็กหญิง 3 ราย ซึ่งมีอายุ 8 ขวบ, 9 ขวบ และ 11 ขวบ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รอง ผบก.น.3 และ พ.ต.อ.ขจร อบทอง ผกก.สน.ฉลองกรุง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีถูกคนขับรถตู้โรงเรียนกระทำอนาจาร ภายหลังเข้าแจ้งความแล้วแต่คดีไม่มีความคืบหน้ามากว่า 1 ปี และผู้ก่อเหตุยังได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ก่อนปิดเทอมใหญ่ เด็กหญิง อายุ 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้ขึ้นรถตู้รับจ้างที่มีนายวินัย ทองปลิว อายุ 58 ปี เป็นคนขับ พาเดินทางกลับจากโรงเรียน โดยนายวินัยได้มาส่งเด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นคนสุดท้าย ขณะนั้นให้เด็กย้ายมานั่งที่เบาะหน้าก่อนจะกระทำอนาจาร เมื่อถึงบ้านเด็กหญิงก็ได้แจ้งให้มารดาทราบ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ก่อเหตุยังกระทำการในลักษณะนี้กับเด็กอายุ 9 ขวบ และ 8 ขวบ อีกด้วย จากนั้นจึงได้มีการรวมตัวกันของผู้เสียหาย และพากันไปแจ้งความที่ สน.ฉลองกรุง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2564

จากนั้นผ่านมา 1 ปี กระทั่งในวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจได้เรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตาม” ก่อนจะให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ปกครองที่ได้รับความเสียหาย และคดีนี้ตัวผู้ก่อเหตุได้ถูกดำเนินคดีเพียง 1 คดี ส่วนอีก 2 คดี ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

Advertisement

นางปวีณากล่าวว่า วันนี้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี เนื่องจากผู้เสียหายไม่สบายใจที่ผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน อีกทั้งยังกลับมาขับรถตู้รับส่งนักเรียนตามปกติ โดยในส่วนของคดีความ ตำรวจดำเนินคดีแล้วเสร็จเพียงแค่คดีเดียว ซ้ำยังอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งทั้งที่ปกติจะให้อำนาจการประกันตัวอยู่ในชั้นศาล ส่วนอีก 2 คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงพาผู้เสียหายทั้งสามคนเข้าติดตามความคืบหน้าและขอความเป็นธรรมกับกรณีดังกล่าว โดยผู้ก่อเหตุมักจะกระทำอนาจารกับเด็กสาว บางครั้งพาไปกระทำที่บ้าน โดยการหลอกล่อให้เล่นโทรศัพท์มือถือ หรือซื้อขนมให้กิน ก่อนลงมือกอดจูบลูบคลำ จนสร้างความหวาดกลัวให้เด็กเป็นอย่างมาก

ด้านแม่ของเด็กอายุ 8 ขวบ ที่ถูกกระทำอนาจาร เปิดเผยว่า อยากขอความเป็นธรรมกับตำรวจ และสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการทำคดีล่าช้า ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุลูกสาวก็ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ หวาดกลัวทุกครั้งที่พบเห็นผู้ก่อเหตุ จึงได้พยายามปลอบและให้กำลังใจลูกสาวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเมื่อติดต่อสอบถามไปยังโรงเรียนก็ได้รับคำตอบว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นรถตู้ส่วนบุคคลรับจ้าง ไม่เกี่ยวข้องกับทางโรงเรียน และรถตู้คันนี้ก็รับส่งเด็กนักเรียน 2 โรงเรียน อีกทั้งยังทราบว่าตัวผู้ก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กมาแล้วหลายคน ซึ่งผู้ปกครองบางคนเมื่อทราบเรื่องก็ให้ลูกไม่ใช้บริการรถตู้รับส่งอีก นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียหายเพิ่มอีก 5 ราย ที่ยังไม่ได้มาแจ้งความดำเนินคดี

แม่ของเด็กอายุ 8 ขวบ ที่ถูกกระทำอนาจาร กล่าวอีกว่า หลังจากที่ผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับแม่ของเด็กอายุ 9 ขวบอีกรายเพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องคดี แต่ทางแม่ไม่ยินยอม และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.รัฐศักดิ์เปิดเผยว่า ทราบเรื่องจากนางปวีณาเมื่อวานนี้ และได้ลงมาตรวจสอบด้วยตัวเองแล้วว่าเหตุใดการดำเนินคดีอีก 2 คดีถึงมีความล่าช้า อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 คดี แบ่งเป็นคดีในพื้นที่ สน.ฉลองกรุง 2 คดี คือเด็กอายุ 11 ขวบ, เด็กอายุ 8 ขวบ และเด็กอายุ 9 ขวบ ของ สน.ลำผักชี 1 คดี โดยดำเนินคดีแล้ว คือ คดีของเด็กหญิงอายุ 11 ขวบ ของ สน.ฉลองกรุง ส่วนอีก 2 คดี ได้กำชับและสั่งการให้ทางฝ่ายสืบสวนไปนำตัวนายวินัยมาดำเนินคดีที่เหลือ รวมถึงให้พนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี มาสอบปากคำแม่ของเด็กเพิ่มเติม โดยจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งฝากขังทันที

เบื้องต้นตำรวจได้เพิกถอนการประกันตัวเนื่องจากผู้ก่อเหตุเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน พร้อมให้ฝ่ายสืบสวนไปนำตัวนายวินัยมาดำเนินคดีในข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตาม” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเวลา 14.47 น. พนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง คุมตัวนายวินัย ทองปลิว ส่งศาลอาญามีนบุรี ภายหลังเชิญตัวจากบ้านพักในพื้นที่ซอยเฉลิมกรุง 53 มาทำการสอบสวนเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยระหว่างคุมตัวออกจากสถานีตำรวจ นายวินัยก้มหน้าหลบเลี่ยงสื่อมวลชนและไม่ให้สัมภาษณ์