ชัชชาติ เผยงบปี’66 กทม. 7.9 หมื่นล้าน เข้าสภา 20 มิ.ย. เริ่มผู้ว่าฯสัญจรอาทิตย์นี้
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงผลการประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ครั้งที่ 8/2556 ว่า การประชุมในวันนี้ มีเรื่องสำคัญคือ เรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ทั้งหมด 79,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งให้สภากรุงเทพมหานคร พิจารณาภายในวันที่ 20 มิถุนายนนี้
โดยจะเห็นได้ว่ามีงบประมาณหลายส่วน ที่ได้จัดทำตามโครงการที่ตั้งมาแล้ว ส่วนโครงการที่อยู่ในนโยบายของเรา ยังไม่สามารถนำเข้าไปได้ เนื่องจากต้องมีการบรรจุเข้าแผนส่วนราชการก่อน จึงจะมีการนำไปใส่งบประมาณได้ คงต้องเร่งทำในช่วงนี้และจะนำไปใส่ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ในช่วงที่มีการปรับงบประมาณกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อีกครั้งหนึ่ง โดยต้องให้ ส.ก.พิจารณา แต่คิดว่าขั้นตอนของการแปรญัตติในวาระดังกล่าว อาจจะมีการตัดลดและผู้บริหารสามารถเสนอแผนเข้าไปได้
นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กทม.มีงบผูกพันค่อนข้างมาก โดยเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา มีโครงการผูกพันจำนวน 126 โครงการ เป็นเงิน 98,710 ล้านบาท และปี 2566 มีจำนวน 14,722 ล้านบาท และปี 2567 มีจำนวน 24,854 ล้านบาท ดังนั้น งบลงทุนใหม่สำหรับปี 2566 มีจำนวน 1,695 ล้านบาท
“งบประมาณต้องเสนอ ส.ก.จะพยายามปรับเข้านโยบายเราให้ได้มากที่สุด แต่อย่าลืมว่า กทม.มีงบผูกพันของโครงการที่ทำไว้เยอะ นั่นคือ ข้อจำกัดอย่างหนึ่งที่อาจทำให้เราต้องหาช่องทาง ที่จะนำแผนนโยบายใส่ลงไป ส่วนเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นเรื่องที่เรากังวลด้วย เพราะโดยที่ผ่านมา รัฐบาลให้เราเก็บร้อยละ 10 และปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีการเก็บเต็มที่ ได้มีการตั้งเป้าหมายที่ 12,000 ล้านบาท แต่เขาให้สามารถขยับออกไปได้ในการจ่าย น่าจะเหลือเวลา 1-2 เดือน แต่จะทำอย่างไรให้จ่ายให้หมดภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งรัด เพราะเป็นรายได้หลักของ กทม.” นายชัชชาติกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี กลุ่มงานก่อสร้างที่ค้าง ส่วนหนึ่งค้างมาจากสัญญาเว้นให้กับผู้รับเหมาช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จึงทำให้ผู้รับเหมาไม่ตื่นตัว และงบบานปลายนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า งบไม่บานปลาย เพราะไม่ได้ให้เงินเพิ่ม แต่จะมีปัญหาเรื่องเวลา ที่ไปเบียดเบียนประชาชน ตนคิดว่าอาจจะต้องทำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อเร่งรัดเรื่องดังกล่าว และการขยายสัญญาต้องขยายตามที่กฎหมายกำหนด ยกเว้นเป็นมาตรการที่รัฐบาลสั่งมาเรื่องโควิด-19
“แต่หากเป็นแง่ของเรา หากไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ เราจะไม่ขยายเพราะยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก” นายชัชชาติกล่าว และว่า ได้มีประชาชนไปยื่นเรื่องร้องเรียนโรงขยะอ่อนนุช ที่สนามบิน ตั้งแต่กลับมาถึงประเทศไทยเมื่อช่วงเวลา 01.00 น.วันเดียวกัน โดยจะมอบหมายให้รองผู้ว่าฯกทม.ที่เกี่ยวข้องลงไปดูแล ซึ่งโรงขยะอ่อนนุชมีหลายส่วนด้วยกัน ทั้งส่วนของเตาเผาเดิม เตาเผาที่สร้างใหม่ และส่วนที่ฝังกลบ ต้องดูว่าประชาชนมีปัญหาในส่วนไหน และถ้ามีโอกาสจะลงพื้นที่ไปดูด้วยตนเอง
นายชัชชาติยังกล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่ของผู้ว่าฯสัญจรว่า ผู้ว่าฯ สัญจรวันอาทิตย์นี้ จะลงไปเยี่ยมที่เขตคลองเตย คลองเตยมีบทพิสูจน์หลายเรื่อง เพราะมีประชาชนเยอะ มีเป็นแสนคน ถ้าสามารถแก้ปัญหาของคลองเตยได้ ก็สามารถแก้พื้นที่อื่นในกรุงเทพมหานครได้
“ไม่รบกวนเจ้าหน้าที่ ให้ไปเฉพาะที่จำเป็น โดยช่วงเช้าจะดูสวนสาธารณะ ลานกีฬา ปลูกต้นไม้ และลงเขตดูปัญหาของเขต ส่วนช่วงบ่ายจะลงพื้นที่ชุมชน เพื่อดูปัญหา” นายชัชชาติกล่าวย้ำ
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามเร่งรัดโครงการก่อสร้างที่ล่าช้าว่า ภาพรวมถือว่าดีขึ้น หลายโครงการได้ปรับคืนพื้นที่ผิวจราจรแล้ว และวันที่ 15 มิถุนายนนี้ จะมีการเปิดสะพานข้ามแยกรามคำแหง ส่วนวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าที่แยกลำสาลี รวมถึง 5 แยก ณ ระนอง ที่มีรายงานว่าได้คืนพื้นผิวจราจรพร้อมปรับกายภาพของพื้นที่ให้สะดวกกับผู้ใช้เส้นทาง ซึ่งต้องขอบคุณผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางรองรับปัญหาน้ำท่วมช่วงฤดูฝน ในพื้นที่ก่อสร้าง ที่หลายโครงการรวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าไปตัดเส้นทางระบายน้ำ ส่วนนี้ทางโครงการต้องรับผิดชอบในการทำเส้นทางระบายน้ำ เพราะรวมอยู่ในค่าจ้างดำเนินงานอยู่แล้ว กทม.ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แค่เร่งรัดการแก้ปัญหา หากโครงการทำไม่ได้คงต้องให้หยุดการก่อสร้างชั่วคราว ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีโครงการที่ก่อสร้างค้างอยู่ 14 โครงการ และยังมีโครงการของหน่วยงานอื่นที่ต้องดูแลด้วย ซึ่งหากประชาชนพบเจอปัญหาสามารถแจ้งผ่านทางระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ ได้

