ทนายตั้มควง ‘จิน’ สามีหนิง รับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นฯ เมนต์ภาพ ‘กระติก’ ระบุส.ส.เต้กับอัจฉริยะ แพแตกไวกว่าที่คิด

15.06.22 | 13:33 น.

ทนายตั้มควง ‘จิน’ สามีหนิง-ปณิตา รับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นฯ ปมเมนต์ภาพ ‘กระติก’ ลั่นจะไม่เป็นฝ่ายเสนอตัวไกล่เกลี่ย ระบุ ส.ส.เต้กับอัจฉริยะ แพแตกเร็วกว่าที่คิด


เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่ สน.มีนบุรี นายจรินทร์ ธรรมวัฒนะ หรือจิน สามีของหนิง ปณิตา นักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากรณี น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ให้ดำเนินคดีกับนายจรินทร์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากกรณีที่ น.ส.อิจศรินทร์ถ่ายภาพคู่กับนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน ในรถตู้และโพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัวในวันที่พนักงานสอบสวนนำตัว 6 ผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ไปส่งอัยการจังหวัดนนทบุรี จากนั้นหนิง ปณิตาได้นำรูปดังกล่าวไปโพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว และนายจรินทร์ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าวด้วยข้อความเปรียบเทียบว่าเป็นตัวเงินตัวทอง

นายษิทราเปิดเผยว่า วันนี้พานายจรินทร์มารับทราบข้อกล่าวหาตามที่พนักงานสอบสวนนัดหมายในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และยังมีอีกคดีที่ สน.ท่าข้าม ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องจากเหตุเดียวกัน จึงจะเตรียมทำเรื่องไปถึง ผบช.น. ให้รวม 2 สำนวนเป็นคดีเดียวกัน แต่ต้องขอดูรายละเอียดของสำนวนทั้ง 2 คดีก่อน ส่วนคดีนี้ไม่ได้มีความกังวลใจอะไร นายจรินทร์เองก็แสดงเจตนาสุจริตชัดเจน เชื่อว่าพฤติการณ์คงไม่ถึงขั้นหมิ่นประมาท แต่อาจจะเข้าข่ายการดูหมิ่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม วันนี้ไม่ได้เตรียมหลักทรัพย์มาประกันตัว เพราะเป็นคดีที่อัตราโทษน้อย อีกทั้งก็มาพบพนักงานสอบสวนตามนัดหมาย

นายษิทรากล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่คณะทำงานของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ส.ส.เต้ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ขัดแย้งกันนั้น ตนคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ แต่ถือว่าแพแตกเร็วกว่าที่คิดไว้ จะเป็นเวรกรรมหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่ทุกการกระทำต้องมีผลทางกฎหมาย ส่วนกรณีการถอนฟ้องต้องรอดูต่อไป เพราะทราบมาว่าหนังสือมอบอำนาจจาก นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโมนั้น มอบให้ตั้งนานแล้ว เมื่อมีการทวงถามขอคืน กลับไม่คืน และนำไปฟ้องตรง ต้องรอดูข้อกฎหมายว่า การฟ้องแล้วถอน จะเข้าข่ายฟ้องเท็จหรือไม่ ส่วนจะเป็นการตัดสิทธิในการยื่นเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการหรือไม่ ต้องดูเจตนาของนางภนิดาว่ารับรู้หรือไม่ ส่วนการกระทำของนายมงคลกิตติ์นั้น มองว่าหน้าที่ของ ส.ส. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว แต่ขณะนี้นายมงคลกิตติ์กำลังทำตัวเหมือนเป็นทนายความ ซึ่งก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่เหมาะสมหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

Advertisement

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่หลังจากอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีแล้วคาดว่าคนบนเรืออาจจะเดินหน้าดำเนินคดีอีกหลายคนนั้น นายษิทรากล่าวว่า ในส่วนของนายจรินทร์ คงไม่โดนอะไร เพราะไม่ได้ไปใส่ร้ายหรือพูดไม่จริง ส่วนผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์โดยพูดความจริง ก็ไม่ต้องกลัว

ด้าน นายจรินทร์กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ตนไม่มีความกังวลใจ และสบายใจกับทุกอย่างที่นายษิทราดูแลให้หากอีกฝ่ายต้องการจะเจรจาไกล่เกลี่ย ขอให้มาคุยกับนายษิทราเท่านั้น และฝ่ายตนก็จะไม่เสนอตัวขอไกล่เกลี่ยก่อน ส่วนที่โพสต์แสดงความคิดเห็นไป ยืนยันว่าไม่ได้คิดอะไร อีกฝ่ายเขียนไว้ว่าเชิญคอมเมนต์ได้ ตนจึงโพสต์ไป ส่วนที่ตัดผมนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความกังวลแต่อย่างใด เพียงแค่อยากตัดเท่านั้น

ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน นายษิราเปิดเผยว่า วันนี้นายจรินทร์ได้ให้การปฏิเสธ ซึ่งยังไม่มีการนัดหมายให้มาอีกครั้งเมื่อใด แต่หลังจากนี้จะต้องนำคำให้การมาส่งภายใน 15 วัน อีกทั้งในช่วงบ่ายของวันนี้เวลา 14.00 น. ตนจะไปพบ ผบช.น. เพื่อยื่นหนังสือขอเรียกร้องความเป็นธรรม และขอให้มีการรวม 2 สำนวนคดีมาเป็นคดีเดียวกัน จากนั้นเวลา 15.00 น. จะพานายจรินทร์เข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ท่าข้าม ในคดีที่นายวิศาพัชไปแจ้งความในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีเดียวกัน

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายษิทรา เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. เพื่อขอให้รวมคดีที่ น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก เข้าแจ้งความนายจรินทร์ ไว้ที่ สน.มีนบุรี และคดีที่นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน เข้าแจ้งความนายจรินทร์ ไว้ที่ สน.ท่าข้าม ให้เป็นคดีเดียวกัน โดยมี พ.ต.อ.ฐิติรัฐ พรหมมินทร์ ผกก.ฝอ.4 บช.น. นายตำรวจเวรชั้นผู้ใหญ่ เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว โดย พ.ต.อ.ฐิติรัฐ กล่าวว่า เบื้องต้นจะรับเรื่องไว้พิจารณาตามขั้นตอน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลังจากนี้ จะส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาคำร้องดังกล่าวต่อไป