พี่ชายเหยื่อ ‘สันติ’ ฆ่ายกครัวที่ไต้หวัน มอบคลิปเสียงสำคัญตร.กองปราบ เผยน้องสาวถูกใส่ร้ายเอี่ยวธุรกิจมืด

15.06.22 | 14:59 น.

จากกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และตำรวจไต้หวัน ขอความร่วมมือมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อขอให้ติดตามจับกุมนายสันติ ศุภอภิรดีไพลิน อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 2 สามีภรรยา รวมลูกแฝดในท้อง รวม 4 ศพ ทิ้งท้ายรถบีเอ็มดับเบิลยู ก่อนหลบหนีกลับมายังประเทศไทย

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายยิ่งยศ แซ่หลี่ อายุ 37 ปี พี่ชายของ น.ส.พจนีย์ หรือ มี่ แซ่หลี่ ผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อนำพยานหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวนประกอบสำนวนคดีเพิ่มเติม

ภายหลังเข้าให้ปากคำ นายยิ่งยศ เปิดเผยว่า การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ได้มีพลเมืองดีส่งหลักฐานสำคัญในคดีการเสียชีวิตของน้องสาวมาให้ตนเอง เป็นคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นายสันติกับแรงงานไทยรายหนึ่งในไต้หวัน ความยาวประมาณ 16 นาที ซึ่งรายละเอียดบทสนทนาภายในคลิปเสียงดังกล่าว นายสันติ มีการพูดพาดพิงน้องสาวของตนในลักษณะใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย อ้างว่าเป็น มาเฟีย หรือ คนสั่งการ เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการยาเสพติด และ ขบวนการค้ามนุษย์แรงงานข้ามชาติ จำเป็นต้องฆ่าเพื่อความปลอดภัย ตนยืนยันว่าสิ่งที่ นายสันติ พูดออกมาเป็นการใส่ร้าย ปรุงแต่งขึ้นมา ไม่เป็นความจริง รวมถึงตัวนายสันติ ก็เป็นผู้บันทึกคลิปเสียงนี้ขึ้นมาด้วยตนเอง ส่อเจตนาให้เห็นว่าเป็นการจงใจสร้างหลักฐานชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง

นายยิ่งยศ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาครอบครัวของตนกับนายสันติสนิทสนมกันมาก รักเหมือนเป็นคนในครอบครัว ช่วยเหลือทุกอย่าง ไม่คิดว่าจะมาทำแบบนี้กับคนที่เคยมีพระคุณ อยากรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ส่วนตัวเชื่อว่าสาเหตุการลงมือสังหาร น่าจะมาจากเรื่องเงินทอง เนื่องจากตัวนายสันติ มีหนี้สินรวมกว่า 20 ล้านบาท รวมถึงยังเคยยืมเงินและทองคำ 15 บาท ของน้องสาว รวมเป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยมีความคิดจะตั้งรางวัล หากสามารถติดตามตัวนายสันติได้ ซึ่งเป็นเงิน 6 หลัก แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ความคิด เพราะต้องขอปรึกษาหารือกับผู้หลักผู้ใหญ่ถึงความเหมาะสมก่อน