‘อนุทิน’ เปิดประชุมนโยบายใช้กัญชาปลอดภัย สมาคมร้านอาหารฯ หนุนใช้ถูกต้อง ยัน กฎหมาย สธ.ครอบคลุมแล้ว
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 มิถุนายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมมอบนโยบายและชี้แจงแนวทางการควบคุม กำกับการใช้กัญชาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย พร้อมผู้บริหาร สธ. ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้ประกอบการด้านอาหารและสุขภาพทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์

นายอนุทินกล่าวว่า สธ.มีนโยบายใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ สร้างเศรษฐกิจสุขภาพ พัฒนาระบบบริการสุขภาพให้เข้มแข็ง โดยเมื่อปี 2562 มีการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ โดยหน่วยงานทางสาธารณสุขได้เริ่มศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นนโยบายก่อนที่ตนมารับตำแหน่งรัฐมนตรี ในเดือน ก.ย.2562 ดังนั้น จึงไม่ใช่นโยบายพรรคการเมืองที่มีรัฐมนตรีใช้อำนาจทางการเมืองผลักดันเพียงอย่างเดียว โดยขณะนี้เป็นบริบทการใช้กัญชาได้เพิ่มด้านเศรษฐกิจและการใช้เพื่อสุขภาพ แต่ก็ยังไม่ได้มีการส่งเสริมให้ใช้ในส่วนที่เป็นโทษ
ทั้งนี้ หน่วยงานในกระทรวงก็ได้เดินหน้าให้ความรู้กับประชาชน เช่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้ความรู้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ไปบอกต่อความรู้ให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน มีการตั้งคลินิกกัญชาเพื่อนำยาเข้าตำรับกัญชาที่ผ่านการบรรจุในบัญชีหลักแห่งชาติให้แพทย์ไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วย ซึ่งได้รับผลกระท้อนกลับมาในเชิงบวก รวมถึงกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็ใช้ทุกเครือข่ายที่มีในการวิจัยพัฒนา เสริมสร้างความรู้ให้กับประชาชนถึงประโยชน์ของกัญชา
นายอนุทินกล่าวว่า กรมอนามัยได้ออกประกาศกระทรวง เพื่อกำหนดให้กลิ่นและควันกัญชาเป็นเหตุรำคาญ และได้ออกประกาศกรมอนามัย เรื่อง การนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร ในสถานประกอบกิจการอาหาร พ.ศ.2565 แต่เพื่อลดความเป็นห่วงของประชาชน เช้านี้ตนจะลงนามใน (ร่าง) พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ว่าด้วยพืชกัญชากัญชง ซึ่งการนำมาใช้ประโยชน์จะครอบคลุมทุกอย่าง จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป ส่วนคนอายุต่ำกว่า 20 ปีซึ่งรวมถึงวัยนักศึกษาไม่สามารถเข้าถึงพืชกัญชาได้หากไม่มีแพทย์ให้คำแนะนำ ประกาศนี้ก็ถือว่าครอบจักรวาลแล้ว

นอกจากนั้นยังกำหนดว่าห้ามใช้พืชกัญชามาในการสูบเสพในที่สาธารณะ ซึ่งจะสอดคล้องกับประกาศเรื่องของกลิ่นควันที่เป็นเหตุรำคาญด้วย ซึ่งการตั้งกฎหมายจะมีบทลงโทษและการตักเตือนแล้วแต่ความควรแก่เหตุที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า สธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจจึงมีการใช้กฎหมายควบคุมให้เกิดประโยชน์ที่สุด โดยมอบอำนาจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด อปท. อบต. หรือส่วนราชการใดๆ สามารถบังคับใช้กฎหมายในขอบเขตประกาศกระทรวงเรื่องการระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2565
“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทุกอย่างมีการควบคุมอย่างเป็นระบบ เน้นย้ำอีกทีว่ากัญชามีคุณประโยชน์ทางการแพทย์ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะมีบางส่วนในสังคมที่หาวิธีในการนำไปใช้ให้เกิดโทษทั้งที่ทราบว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์นั่นเป็นความตั้งใจ ที่จะใช้กัญชาในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ตรงนี้จะต้องไปดูว่าเขาผิดกฎหมายในบทบัญญัติและดำเนินการตามกฎหมายไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนมีหน้าที่ควบคุมติดตามกำกับดูแลอยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าว
ด้าน นายเสน่ห์ สมศรี นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนของสมาคมฯ และผู้ประกอบการร้านอาหาร ขอสนับสนุนนโยบายและชี้แจงแนวทางการควบคุม กำกับการใช้กัญชาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการแถลงข่าวนายอนุทินได้ลงมือปรุงอาหารเมนู ส้มตำ ที่มีส่วนผสมของใบกัญชาสด 2 ใบ พร้อมน้ำปลาร้าที่ไม่มีส่วนผสมกัญชา เพื่อเป็นตัวอย่างเมนูอาหารที่ร้านควรจะปรุงให้เหมาะสม ตามประกาศของกรมอนามัย ที่ระบุให้ใส่ส่วนผสมกัญชาอย่างเหมาะสม

