ลุยค้น 5 จว.ทลายแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยสูงออนไลน์ “moneyday credit” หลอกเอสเอ็มอี เงินหมุน 454 ล้าน

16.06.22 | 12:41 น.

ปอศ.ลุยค้น 5 จว.ทลายแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยสูง “moneyday credit” หลอกธุรกิจเอสเอ็มอี เงินหมุน 454 ล้านบาท


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. ร่วมแถลงผลจับกุมเครือข่ายเงินกู้นอกระบบออนไลน์ “moneyday credit” พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 450 ล้านบาท โดยจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายอนิวัฒน์ บัวใหญ่ อายุ 26 ปี 2.นายอลงกรณ์ แสงสุธา อายุ 26 ปี 3.นายธนพล ศรีภา อายุ 19 ปี 4.นายนัฐวุฐ ภูมี อายุ 24 ปี 5.นายพงศกร จุณศรี อายุ 26 ปี 6.นายจิรพันธ์ พงษ์สุกรี อายุ 26 ปี 7.นายอดิเทพ ลันละนา อายุ 31 ปี 8.นายสมโชค อาจหาญ อายุ 25 ปี โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1133-1140/2565 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียก ดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 54 เครื่อง, โน้ตบุ๊ก 25 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, แท็บเล็ต 4 เครื่อง และซิมโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก รวมจำนวนของกลางกว่า 300 รายการ

พ.ต.อ.ภาดลเปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. หลังจากกู้ยืมเงินจากเว็บไซต์ www.moneydaycredit.com และมีชำระค่าดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยมีดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1.5 ต่อวัน หรือร้อยละ 45 ต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 547.5 ต่อปี จึงไม่มีเงินในการชำระหนี้ ทางเว็บไซต์จึงได้ส่งกลุ่มชายฉกรรจ์มาทำการข่มขู่ให้ชำระหนี้ ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนจนพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปกู้เงิน โดยเน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายได้ โดยขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อนั้นไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานยืนยันตัวตน หรือใช้คนค้ำประกัน ส่วนกรณีที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ทางเว็บไซต์จะไปสำรวจกิจการเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่ออนุมัติสินเชื่อแล้ว ทางเว็บไซต์จะโอนเงินไปให้ผู้กู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงกิ้งไปยังบัญชีธนาคารของลูกหนี้ โดยจะหักยอดเงินกู้เป็นดอกเบี้ยงวดแรกไว้ก่อน หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ก็จะใช้วิธีการข่มขู่เพื่อให้ชำระหนี้ นอกจากนี้ ยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนถึง 450 ล้านบาท

พ.ต.อ.ภาดลกล่าวอีกว่า เครือข่ายดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการคิดดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย ประกอบกับเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยคาดว่ามีผู้เสียหายหลายร้อยราย อีกทั้งบางรายมีความเครียดถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สืบสวนหาเบาะแสจนกระทั่งสามารถนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพัก และสำนักงานของเครือข่ายดังกล่าว ในพื้นที่ จ.จันทบุรี, ปทุมธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา และกรุงเทพฯ รวม 5 จังหวัด ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 8 ราย และยังสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 21 ราย ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น, นครราชสีมา, กรุงเทพฯ และปทุมธานี รวมเป็น 29 ราย เบื้องต้นจึงนำตัวส่ง กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการขอปิดเว็บไซต์ดังกล่าว รวมถึงขยายผลถึงนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังและกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Advertisement