อย่ามองความน่ารัก ให้เห็นความน่าสงสาร เมื่อพวกเขาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่
วิกฤต โควิด-19 ส่งผลกระทบทั่วทุกองคาพยพ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์ป่า
สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หน่วยงานที่ดูแลสัตว์ป่า ทั้งสัตว์ป่าของกลาง สัตว์ป่าพลัดหลง และพ่อแม่พันธุ์ ของกรมอุทยานฯ มีทั้งหมด 27 แห่ง แบ่งเป็นสถานีเพาะเลี้ยง 23 แห่ง ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า 3 แห่ง และศูนย์ศึกษาและพัฒนาการจัดการสัตว์ป่า 1 แห่ง มีสัตว์อยู่ในความรับผิดชอบดูแล 26,000 ตัว
เดิมที ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อดูแลสัตว์ป่าเหล่านี้ ทั้งอาหาร ยารักษาโรค รวมไปถึงพวกวิตามินบำรุงต่างๆ ประมาณปีละ 90 ล้านบาท ภายหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ งบประมาณในการเลียงดู ดูแลสัตว์ป่าพวกนี้ เหลือปีละ 10 กว่าล้านบาท เท่านั้น
ขณะที่สัตว์ป่าของกลาง สัตว์ป่าพลัดหลง สัตว์ที่ประชาชนแอบเลี้ยงและแอบเอามาปล่อยจนทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าต้องดูแล ซึ่งกว่า 90% ต้องดูแลไปจนสิ้นอายุขัย มีมากขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่เลี้ยง ไม่ดูแลก็ไม่ได้ หรือว่าเลี้ยงดูไม่ดีปล่อยให้อดๆอยากๆ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานก็ไม่ได้อีก ดูแลแล้วต้องดูแลให้ดี และก็ต้องดูแลไปตลอดไปตลอดชีวิตเลย” เผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าว
โครงการพ่อแม่อุปถัมป์สัตว์ป่า จึงน่าจะเป็นตัวช่วย เพื่อบรรเทาปัญหา ความไม่เพียงพอของ เงินงบประมาณค่าอาหารสัตว์ป่าในกรงเลี้ยงทั้ง สองหมื่นหกพันกว่าชีวิตเหล่านั้นได้
เราจึงมักเห็น สถานีเพาะเลี้ยง ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า หรือว่า ศูนย์ศึกษาและพัฒนาการจัดการสัตว์ป่า นำเสนอสัตว์แต่ละชนิด ที่ตัวเองเลี้ยงดูแลอยู่ผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวเองมากยิ่งขึ้น
น้องขวัญ ลูกเสือโคร่ง สัตว์ป่าของกลางจาก ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก (สวนสัตว์บึงฉวาก) น้องต้นกล้า-ต้นข้าว ลูกเสือโคร่ง จากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาเขียว จ.ชัยภูมิ พี่คลองค้อ เสือโคร่ง พี่อั่งเปา พี่อริน-อารัญ เสือดาว พราหมีฟลุ๊ค หมีควายขี้เล่น ขวัญใจแฟนคลับทั่วประเทศจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี น้องดาว น้องเดือน ลูกแมวดาว จากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จ.สระแก้ว และอีกหลายๆชีวิตของสัตว์ป่า ในกรงเลี้ยง ออกมาพบปะ แฟนคลับผู้รักสัตว์ทั่วประเทศ ผ่านเฟชบุ๊ก ของหน่วยงานที่รับผิดชอบสม่ำเสมอ
ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า บอกว่า ที่แต่ละสถานีนำเสนอ ชีวิต และพฤติกรรมของสัตว์เหล่านี้ ไม่ได้เพื่อนำเสนอความน่ารัก แต่ต้องการให้เห็นความน่าสงสารมากกว่า
“ลูกสัตว์ทุกชนิดมีความน่ารักหมดแหละครับ แต่ที่เราต้องการให้เห็นคือ ความน่าสงสาร ให้เห็นว่าพวกเขาไม่ควรมาอยู่แบบนี้ ควรจะได้กินนมแม่ ไม่ควรมากินนมกระป๋อง ควรได้ฝึกสัญชาติญาณการอยู่ในป่า ได้ฝึกความเป็นนักล่า ที่ได้รับการถ่ายทอดจากแม่ในป่า แทนที่จะต้องมาอยู่ในกรงเลี้ยงตลอดชีวิตแบบนี้ ความน่ารัก อาจจะเป็นตัวดึงดูด แต่จุดประสงค์หลักคือ การสื่อสารว่า สัตว์ป่าต้องอยู่ในป่า ไม่ใช่มาอยู่ในกรงแบบนี้”นายเผด็จ กล่าว
เวลานี้ หลายๆฝ่าย ทั้งตัวผู้บริหารของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ดารานักแสดง รวมไปถึงประชาชนหลายๆคน ต่างร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อให้สัตว์ป่าในกรงเลี้ยงที่น่าสงสารเหล่านั้น ได้มีชีวิตที่ดีและเหมาะสมภายใต้ สถานการณ์ การดูแลที่มีขีดจำกัด แต่ก็น่าจะยังไม่พอเพียงเสียทีเดียว หากยังมีความต้องการความช่วยเหลือเพื่อต่อเติมคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่าในกรงเลี้ยงเหล่านี้
ร่วมบริจาคเป็นพ่อแม่อุปถัมป์สัตว์ป่าในกรงเลี้ยงได้ที่ บัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน เลขที่บัญชี 980-216-5379
ชื่อบัญชีโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า

เผด็จ ลายทอง









