กรมอนามัย ชัดแล้ว คนขายต้องบอกเมนูกัญชา คนกินแพ้ รับผิดชอบตัวเอง ชี้ตู้อัตโนมัติขายได้ แต่ต้องมีป้ายเตือนเด็ก-คนท้อง
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่กรมอนามัย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติที่มีการประกอบหรือปรุงเครื่องดื่มที่ตู้ ว่า ตู้เครื่องดื่มลักษณะนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของกรมอนามัย โดยอยู่ภายใต้มาตรา 33 พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ที่เข้าข่ายเป็นกิจการอันตรายประเภทที่ 3 ต้องมีการจดแจ้งยื่นขออนุญาตท้องถิ่นในการติดตั้งตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติ
นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ส่วนเมนูที่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา ทางผู้จำหน่ายจะต้องมีการติดประกาศคำเตือนให้ผู้บริโภครับทราบรวมถึงข้อกำหนดในการห้ามจำหน่ายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) เช่น ห้ามจำหน่ายในเด็กที่อายุต่ำว่า 20 ปี หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร นอกจากนั้นต้องแจ้งรายละเอียดส่วนประกอบของเมนูเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของกัญชาให้ผู้บริโภครับทราบ
“บริการส่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่น และเดลิเวอรี่ ผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตในการขายอาหาร เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมกัญชา ซึ่งจะต้องมีแจกจ่ายส่วนประกอบของเมนูรวมถึงคำเตือนให้กับผู้บริโภครับทราบ เนื่องจากหากเกิดความเสียหาย หรือผู้บริโภคได้รับผลข้างเคียงทางผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ หากผู้บริโภค ยืนยันต้องการจะที่บริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของกัญชา แม้ทางร้านจะแจ้งให้ทราบแล้ว เกิดผลข้างเคียง ผู้บริโภคต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
ทั้งนี้ หากพบผู้ประกอบการร้านค้าที่ไม่ฏิบัติตามข้อกำหนด ท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าไปตรวจสอบและดำเนินตามกฎหมายได้
ส่วนข้อกังวล การจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมกัญชา บริเวณในโรงเรียนและบริเวณโดยรอบ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาได้มีการหารือร่วมกัน ผ่านโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งเคยดำเนินการมาแล้วอาจจะปรับใช้แนวทางเดียวกับโรงเรียนสีขาว ที่เป็นโครงการกำจัดยาเสพติดในโรงเรียน
อย่าวไรก็ตาม นพ.สุวรรณชัยย้ำ การที่กระทรวงสาธารณสุขได้ปลดล็อกกัญชาเพราะเห็นว่ามีประโยชน์โดยเฉพาะทางการแพทย์ แต่ถ้าใช้ไม่เหมาะสมก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนตัวเชื่อว่า การปลดล็อกกัญชาเป็นเรื่องใหม่และท้าทายแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถหาแนวทางในการควบคุมและจัดการ การใช้กัญชาได้อย่างเหมาะสม

