ศบค.ปลดล็อกใหญ่ ทั่วประเทศ 77 จว.ดริงก์ตามกม. ปกติเริ่ม 1 ก.ค.
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศบค. แถลงผลการประชุมศบค. ว่า เห็นชอบให้ปรับพื้นที่เฝ้าระวัง(สีเขียว) จากเดิม 14 จังหวัด เป็น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนมาตรการการสวมใส่หน้ากากอนามัย ยกเว้นในกรณีที่อยู่ที่โล่ง ไม่แออัดทำกิจกรรมที่ไม่อาจสวมหน้ากากอนามัยได้ และการประกอบอาชีพที่ต้องใช้การแสดงออกทางใบหน้าการอยู่คนเดียวในพื้นที่ปิดหรือมีฉากกั้น
สำหรับการบริโภคสุราหรือแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร สามารถเปิดบริการได้ตามปกติ สถานบันเทิงเปิดบริการได้ตามกฎหมายเดิมที่เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องอาจจะมีความคลาดเคลื่อน ดังนั้น มอบหมายให้ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศบค.ไปศึกษาความเชื่อมโยงของกฎหมาย 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 ซึ่งแบ่งสถานบริหารออกเป็น 5 ประเภท และกฎกระทรวงกำหนดวันเวลา เปิด ปิด สถานบริการ พ.ศ. 2547 มีการกำหนดโซนนิ่งและเวลาการเปิด ปิด เท่าที่ดูเบื้องต้น สูงสุด ไม่เกิน 01.00 น.และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2558 เรื่องเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะมีช่วงเวลาเปิด ปิดที่ไม่ต่อเนื่องคือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-00.00 น. ซึ่งมีความแตกต่างกัน เมื่อได้ข้อสรุปแล้วเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาโดยเร็ว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ยกเว้นการลงทะเบียนไทยแลนด์พาส และยกเลิกวงเงินประกัน ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวไทยต่างชาติ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป แต่ผู้เดินทางต้องแสดงเอกสารการฉีดวัคซีน หรือผลการตรวจเชื้อ และให้ดำเนินการสุ่มตรวจผู้เดินทาง หากพบว่าไม่มีเอกสารแสดง จะดำเนินการ Pro-ATK ที่สนามบิน จนกว่าจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

