ร้านอาหาร แสดงจุดยืนไม่ใส่กัญชา ชี้ไม่เอาการตลาดมาเสี่ยงกับชีวิตคนกิน

18.06.22 | 14:15 น.

ร้านอาหาร แสดงจุดยืนไม่ใส่กัญชา ชี้ไม่เอาการตลาดมาเสี่ยงกับชีวิตคนกิน แนะออกระเบียบให้ทุกร้านติดป้าย ใส่-ไม่ใส่ เพื่อความปลอดภัยลูกค้า

ภายหลังที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 และมีผลใช้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยผลจากการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าวจะส่งผลให้ทุกส่วนของกัญชา กัญชง ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ยกเว้นสารสกัดที่มีสาร THC เกิน 0.2% จากนั้น กรมอนามัยได้ออกประกาศกรมอนามัย เรื่อง การนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหารในสถานประกอบกิจการอาหาร พ.ศ.2565


กำหนดให้สถานประกอบกิจการอาหาร มีการจัดเก็บใบกัญชาที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ จัดเก็บเป็นสัดส่วน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ทำให้เกิดเชื้อรา หรือเน่าเสีย รวมถึง ต้องติดป้ายแจ้งว่าที่ร้านปรุงอาหารด้วยกัญชา พร้อมระบุส่วนประกอบ มีป้ายแจ้งเตือนเด็ก หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้ที่แพ้สาร THC รวมถึงผู้ที่ต้องขับรถระวังในการรับประทาน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีประกาศออกมาแล้วพบว่ามีร้านอาหารหลายร้านได้ติดป้ายว่า “ร้านนี้ไม่ใส่กัญชา” รวมถึง #ร้านนี้ไม่ใส่กัญชา ซึ่งสวนกระแสการปลดล็อกกัญชาเสรีทางการแพทย์และเศรษฐกิจ จึงติดต่อไปยัง นางชัญญาพัชญ์ วงศ์วรเวศน์ เจ้าของร้านส้มตำพาเพลิน กล่าวว่า ตนมีร้านอาหารไทยอีสาน 2 สาขา โดยวันนี้จะนำป้ายที่เขียนว่า “ร้านนี้ไม่ใส่กัญชา” มาติดที่หน้าร้าน แต่เบื้องต้นก็ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านแฟนเพจร้านไปแล้ว

ซึ่งร้านของตนแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ใส่กัญชาในอาหาร เพราะตนมองว่ากัญชาไม่ได้ปลอดภัยกับทุกคน โดยเฉพาะเด็ก หญิงตั้งครรภ์ คนชรา ผู้มีโรคประจำตัว หรือคนทั่วไปที่อายุมากกว่า 20 ปีแต่ไม่รู้ตัวว่าแพ้สารในกัญชา ฉะนั้น ตนจึงไม่เอากัญชามาเป็นจุดขายแล้วให้ลูกค้ารับผิดชอบตัวเอง และไม่ได้กลัวว่ายอดขายจะลดลงด้วย ประกอบกับตนมีลูกเล็ก จึงเข้าใจความกังวลของผู้ปกครอง ตนจึงอยากให้เมนูทุกอย่างปลอดภัยกับทุกคน

Advertisement

“พี่คิดว่าไม่เอาชีวิตลูกค้ามาเสี่ยงดีกว่า หากจะอร่อยก็เพราะวัตดุดิบที่มีคุณภาพ ใส่ใจในการทำ เป็นเทคนิคในการทำอาหารดีกว่าไปพึ่งกัญชา ก่อนหน้าที่มีกัญชาเสรี ร้านเราก็อร่อยอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าร้านเราเพิ่งอร่อยตอนที่มีกัญชา เราอร่อยด้วยฝีมือ ส่วนถามว่าใส่กัญชาแล้วอร่อยขึ้นจริงหรือไม่ ก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่มีผลวิจัยรองรับ มันอาจเป็นความรู้สึกหรือการตลาดที่ทำให้คนอยากลอง แต่หากใส่แล้วอร่อยขึ้นบ้าง พี่ก็ไม่เอาชีวิตลูกค้ามาเสี่ยง การตลาดความแปลกใหม่ที่ได้ ไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้า” นางชัญญาพัชญ์กล่าว

เมื่อถามถึงเพื่อนร่วมธุรกิจอาหารที่รู้จักมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้อย่างไรกันบ้าง และตั้งแต่แสดงจุดยืนว่าไม่ใช่กัญชา ลูกค้ามีผลตอบรับอย่างไร นางชัญญาพัชญ์กล่าวว่า เพื่อนๆ ในวงการอาหารที่ตนรู้จัก ยังไม่มีใครใส่กัญชาในเมนูเลย ส่วนลูกค้าที่แสดงเห็นก็จะเป็นเชิงบวก บอกว่าร้านตนอร่อยอยู่แล้ว ยังไม่เห็นผลตอบรับในด้านลบ หรือแนะนำให้ใส่กัญชา

เมื่อถามต่อว่ามีความกังวลหรือไม่ที่ทางร้านสวนกระแสกัญชา นางชัญญาพัชญ์กล่าวว่า ตนไม่กังวลแม้แต่นิดเดียว เพราะคนที่ชอบกัญชาจริงๆ ก็สามารถเลือกร้านที่มีกัญชาได้ ตนมองว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่คนอยากลอง แต่ตนไม่สบายใจที่จะเอาลูกค้ามาเสี่ยง เราทำด้วยฝีมือดีกว่า ซึ่งหลังจากที่มีการปลดล็อกกัญชามา ยอดขายทางร้านก็ไม่ตกลง แต่กลับเพิ่มสูงในบางวันด้วย ทั้งนี้ตนไม่กล้าการันตีว่าจะเกี่ยวกับจุดยืนของทางร้านด้วยหรือไม่

“อยากเสนอแนะให้มีการออกระเบียบ หรือออกประกาศไปเลยว่า ว่าร้านอาหารต้องติดป้ายกำกับว่าร้านนี้ใส่ หรือไม่ใส่กัญชา เพราะบางร้านที่แอบใส่ แต่ไม่ติดป้าย เมื่อลูกค้ากินเข้าไปเกิดอันตราย เขายิ่งจะไม่บอกว่าที่ร้านใส่ แบบนี้ก็ไม่ปลอดภัยกับคนกิน ดังนั้นก็ควรติดป้ายให้ลูกค้าเลือกเลยทั้งร้านที่ใส่และไม่ใส่ และร้านที่ติดหลอกก็ต้องมีความผิด” นางชัญญาพัชญ์กล่าว