หน้าแรก ในประเทศ ศตส. ระบุ ตร....

ศตส. ระบุ ตร.จัดกำลังดูแลปชช.-ไร้คดีร้ายแรงบริเวณสนามหลวง เผยพบเว็บ-เพจ เข้าข่ายหมิ่นกว่า 800 เรื่อง พร้อมดำเนินคดี

30.10.16 | 16:12 น.

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ทาง สตช.ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เข้ามาแสดงความอาลัย โดยในภาพรวมได้มีการแบ่งภารกิจเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือการถวายความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรทั้งหมด ในการปฏิบัติได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสารอย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากกองกำลังของกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ดูแลความปลอดภัยอำนวยความสะดวกในพื้นที่แล้ว เราได้สนับสนุนกำลังเพิ่มเติมจากตำรวจภูธรในจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้การอำนวยการเป็นไปอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งได้มีการวางแผนในเรื่องการจัดเตรียมพื้นที่ตั้งแต่รถบัสที่ขนย้ายนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นคนละส่วนกับประชาชนที่จะมาเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ และแยกพื้นที่ให้ชัดเจน โดยมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักพระราชวังที่จะจัดกองกำลังอารักขาเข้าไปดูแลในพื้นที่พระบรมมหาราชวัง


พล.ต.ต.ไกรบุญกล่าวว่า ส่วนที่สองคือการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะอาชญากรรมในพื้นที่ บริเวณสนามหลวงและใกล้เคียง เราได้แบ่งพื้นที่ดูแลเป็นสามชั้น พื้นที่ชั้นในที่เราให้ความเข้มงวดสูงสุดคือพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง ตรงนี้เราจัดกำลังทั้งฝ่ายสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และของตำรวจสันติบาล ที่จะเป็นกำลังนอกเครื่องแบบสังเกตการณ์ในมุมสูง และร่วมเดินปะปนไปกับประชาชน เพื่อป้องกัน เข้าระงับเหตุร้ายได้ทันท่วงที โดยตั้งแต่เริ่มภารกิจจนถึงปัจจุบันนั้นยังไม่มีคดีร้ายแรงหรือส่งผลกระทบความรู้สึกของประชาชนเกิดขึ้นเลย มีเพียงคดีเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นแค่ 5 คดี เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชาชนในพื้นที่ ถือว่าเราสามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.ต.ต.ไกรบุญกล่าวต่อว่า และส่วนของความมั่นคง ทั้งในเรื่องของการบิดเบือนข้อเท็จจริง เว็บไซต์หมิ่นสถาบัน โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบ สำหรับเว็บหมิ่นสถาบัน ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ผบ.ตร.สั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือน ก่อให้เกิดความแตกแยก ซึ่งจนถึงปัจจุบันเราตรวจสอบข้อมูลในโซเชียลมีเดีย พบเพจที่มีลักษณะบิดเบือนหรือเข้าข่ายทั้งหมด 295 เพจ มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ดังกล่าวประมาณ 680 เรื่อง และยังตรวจเว็บไซต์ 76 เพจ มีเรื่องราวที่มีพฤติการณ์อีก 120 เรื่อง รวมทั้งหมดประมาณ 800 เรื่อง โดยทั้งหมดเราได้ส่งข้อมูลให้กับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องปิดกั้นโดยทันที และอีกส่วนได้มีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไว้ใช้ในการดำเนินคดี ไม่ว่าการกระทำผิดนั้นจะเกิดขึ้นข้างในหรือนอกประเทศ เราจะพยายามสืบค้นหาข้อมูลข้อเท็จจริงมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดี ซึ่งเรามีช่องทางในการดำเนินการตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ขอประชาชนอย่าเป็นห่วงในเรื่องนี้ ทาง สตช.และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญ ดำเนินการเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและจริงจัง