เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. ร่วมสอบปากคำผู้เสียหายหลังซื้อคูปองบุฟเฟต์แซลมอนแล้วใช้บริการไม่ได้ ภายหลังสอบปากคำ พล.ต.ท.จิรภพเปิดเผยว่าตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากคาดว่าถึงหลักหมื่นราย ทางร้านออกโปรโมชั่นที่เกินความเป็นจริงแต่กลับปิดร้านหลบหนีไป ขอให้ประชาชนเข้าแจ้งความที่ บก.ปคบ. หรือลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ (สน.) ใกล้เคียง โดยจะเร่งประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อให้รวมคดีมาที่ บก.ปคบ. ภายในวันที่ 21 มิ.ย. จากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับให้เร็วที่สุด
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า เจ้าของแฟรนไชส์ออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. โดยปลายทางคือเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพียงคนเดียว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเดินทางไปที่ใดต่อจากนั้นเจ้าของแฟรนไชส์ปิดร้านวันที่ 17 มิ.ย. น่าเชื่อว่ามีเจตนาหลอกลวงประชาชนขณะนี้อายัดเงินเพียงไม่กี่แสนบาทแต่ความเสียหายนั้นหลักร้อยล้านบาท
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า พฤติการณ์มีแนวโน้มสูงที่จะตั้งใจฉ้อโกงหลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่กลับมาประเทศไทยจะพิจารณาเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนยืนยันว่าจะทำสุดความสามารถ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บุคคลที่เกี่ยวข้องคือเจ้าของแฟรนไชส์เพียงคนเดียว จากนี้จะตรวจสอบทุกอย่าง เช่น เส้นทางการเงิน การกระทำความผิดว่ามีใครเกี่ยวข้องหรือไม่ เบื้องต้นเข้าข่ายฐานความความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และหากมีการโอนเงินไปยังบุคคลใด ก็อาจเข้าข่ายฟอกเงินด้วย แต่ทราบว่าทางร้านมีบัญชีหลักเพียงบัญชีเดียว
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า เบื้องต้นแบ่งผู้เสียหายเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ผู้เสียหายที่ซื้อคูปองไปบริโภค, ผู้เสียหายที่ซื้อคูปองไปขายต่อ และผู้เสียหายเสียหายที่ซื้อแฟรนไชส์ โดยผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์นั้นต้องดูเจตนาว่ามีเจตนาหลอกลวงประชาชนหรือไม่ หากไม่มีเจตนาหลอกลวงประชาชนก็ถือว่าไม่มีความผิด ทั้งนี้ ร้านดังกล่าวเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2559 และเริ่มขายคูปองในปี 2563 โดยมีการลดราคาลงมาเรื่อยๆ กระทั่ง 2-3 เดือนที่ผ่านมาลดราคาลงถึง 199 บาท ทำให้มีผู้ซื้อจำนวนมาก โดยคูปอง 199 นั้นสามารถใช้ได้ตลอดเวลา และสามารถใช้ได้จริงมาตลอด ส่วนร้านค้าที่ขายปลาแซลมอนให้ทางแฟรนไชส์นั้นสามารถมาแจ้งความดำเนินคดีไว้ได้เช่นกัน

