​อัจฉริยะ​ ไม่ยอมให้แจ้งข้อหา ชี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม เตรียมเอาผิด ตร. สน.พหลโยธิน

21.06.22 | 13:56 น.

​อัจฉริยะ​ ไม่ยอมให้แจ้งข้อหา ชี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม เตรียมเอาผิด ตร. สน.พหลโยธิน ไม่ขัดข้องทนายตั้มช่วย ยินดีให้ดูหลักฐาน แต่ไม่ขอออกสื่อ


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน ที่ สน.พหลโยธิน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐาน “ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ภายหลังคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 เข้าแจ้งความ จากกรณีจัดแถลงข่าวพาดพิงการทำงานของตำรวจในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม

นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า วันนี้มาพบพนักงานสอบสวนจากกรณีที่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 แจ้งความตน จำนวน 2 คดี ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยยังไม่ทราบว่าแจ้งความตนจากเหตุใด แต่มั่นใจว่าไม่ได้มีหลักฐานมากพอที่จะเอาผิด วันนี้พนักงานสอบสวนคงแจ้งข้อกล่าวหาตนไม่ได้ ทำได้แค่แจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบแล้วให้กลับบ้าน ซึ่งตนจะไปพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ประชาชื่น ต่อเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาอีก 1 คดี

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า กรณีที่อธิบดีอัยการภาค 1 มีคำสั่งให้สอบเพิ่มมากกว่า 10 ประเด็นนั้น ตนทราบมาว่าตอนนี้ตำรวจกำลังพยายามหาเรือสำรองมาใช้แทน เนื่องจากไม่กล้าให้ตรวจสอบเรือลำจริงเพราะกลัวจะเจอคราบเลือด และฝากถึงผู้ประกอบการด้านเรือว่าอย่าให้ความร่วมมือกับตำรวจ เพราะจะโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดด้วย ซึ่งตำรวจทำอะไรตนรู้หมด มีสายรายงานตลอด หากบริสุทธิ์ใจจริงควรนำเรือลำจริงมาให้พิสูจน์หลักฐานตรวจ และคืนนี้ตนจะไลฟ์สดเปิดเรื่องช่องลับบนเรือด้วย ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่าเจ้าของอู่เรือเคยสาธิตเองว่าเรือลำนี้มีช่องลับอยู่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นอีกประเด็นที่อธิบดีอัยการ ภาค 1 สั่งสอบเพิ่ม เพราะตนยื่นไปว่าให้ตรวจหาคราบเลือดบนเรือที่อยู่ด้านขวาซึ่งมีช่องลับอยู่

Advertisement

นายอัจฉริยะกล่าวยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม จริงและไม่ใช่การฟ้องแก้เกี้ยว เพราะทำให้ตนเสียหายมากที่มากล่าวหาว่าตนหลอกลวง ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยหลอก และตนก็ไม่เคยบอกว่าตนเองเป็นทนายความ โดยวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 น. ตนจะเริ่มดำเนินการคดีหมิ่นประมาทนางภนิดา แม่ก่อน 1 คดี ที่ สภ.พระประแดง จะไม่รอให้ถึงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้แล้ว และถ้าจะฟ้องกลับก็ไม่กลัว เชื่อว่าทำอะไรตนไม่ได้ เพราะสิ่งที่นางภนิดาพูดทำให้ตนเสียหายจริง ฝากบอกนางภนิดาว่าให้โทรหานายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ บ่อยๆ บอกว่าแม่แย่แล้ว ทั้งนี้ หากนางภนิดาจะติดต่อมาหาตนจะไม่รับสายเพราะไม่ให้ราคา

“บิ๊กเซอร์ไพรส์ที่กำลังพิสูจน์อยู่ คือพิสูจน์ความเป็นแม่ลูกกันของแตงโมกับนางภนิดา ว่าเป็นแม่ลูกกันจริงหรือไม่ ขอให้รอดู เพราะกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัดซึ่งเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์เรื่องดังกล่าว และไม่กลัวหน้าแตกเพราะแค่ตั้งข้อสงสัย ถ้าหากจริง เรื่องก็จบ” นายอัจฉริยะกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัจฉริยะได้เผยภาพหลักฐานอีก 2 ภาพ ที่ระบุว่าตำรวจมีการปลอมแปลงหลักฐาน โดยภาพแรก เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่สะพานซังฮี้ ในเวลา 22.18 น. ซึ่งเห็นเรือลำเกิดเหตุแล่นผ่าน แต่ข้อมูลจีพีเอสบอกว่าเวลาดังกล่าวเรือวิ่งอยู่ที่วัดจันทร์ จึงเป็นการแก้เวลา ส่วนอีกภาพ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ในเวลา 22.32.05 น. โดยนายอัจฉริยะบอกว่า จากการวิเคราะห์แสงและเงาจะเห็นคนบนเรือเหลือเพียง 5 คนแล้ว ดังนั้น แตงโมจึงตกเรือไปก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่ตรงกับเวลาที่ตำรวจแถลงข่าวว่าแตงโมตกเรือตอน 22.34.10 น.

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะให้เหตุผลว่า ที่เปิดให้ดูเพื่อจะบอกว่าจริงๆ ตนมีหลักฐานอยู่เป็นเข่ง อยู่ที่ว่าจะเอาออกมาใช้อย่างไรเท่านั้น

​ต่อมาเวลา 11.20 น. ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน นาย​อัจฉริยะกล่าวว่า ตนไม่ได้มีปัญหาที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหา แต่พบว่าคดีนี้มีปัญหาเรื่องการมอบอำนาจผู้ร้อง โดยพนักงานสอบสวนแจ้งเพียงว่ามีผู้มอบอำนาจมา รวม 26 คน ซึ่งตามสิทธิตนสามารถขอดูเอกสารได้ว่ามีใครบ้าง แต่พนักงานสอบสวนไม่ให้ดู อ้างว่าเป็นความลับในสำนวน ตนจึงปฏิเสธไม่ยอมให้แจ้งข้อกล่าวหา และหลังจากนี้จะไปลงบันทึกประจำวัน และแจ้งเอาผิดพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ในมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยจะไปแจ้งที่สถานีตำรวจอื่นภายหลัง

นาย​อัจฉริยะกล่าวอีกว่า ส่วนคดีที่ตนถูกแจ้งความนี้เป็นการแจ้งจากเหตุที่ตนไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่ บก.ปปป.เกี่ยวกับการแถลงข่าวเท็จของตำรวจภาค 1 ในวันแถลงสำนวนคดีการเสียชีวิตของแตงโม โดยมีการใช้ภาพข่าวต่างประเทศ ซึ่งตนยืนยันว่าตนไม่ผิดและไม่ได้พูดเท็จ หลังแถลงตำรวจก็เคยออกมายอมรับเองว่าผิดพลาด อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่ให้ความเป็นธรรมกับตน ตนก็จะแลกหมัดทันที โดยจะไปร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แฉกรณีการเปิดบ่อนในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2)

นาย​อัจฉริยะกล่าวอีกว่า ส่วนที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม จะเข้ามาช่วย หากอยากช่วยจริงตนไม่ได้ขัดข้อง แต่ขอให้มาดูหลักฐานกันส่วนตัว ไม่ต้องออกสื่อ ขอไม่เป็นข่าว ตนไม่อยากโชว์ เพราะถ้าโชว์จะถูกคนบนเรือฟ้อง หากตนไม่มั่นใจในหลักฐานก็คงไม่ฟ้อง และอยากฝากถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เหตุใดจึงไม่สั่งให้ทำคดีแตงโมอย่างโปร่งใส สุจริต ยุติธรรม ตนไม่ได้เป็นคนทำร้ายองค์กรตำรวจ แต่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ไม่สนใจคดีนี้ ทำให้เกิดข้อครหาตามมามากมาย ตนยังเป็นน้องชายที่ดีเหมือนเดิม

นาย​อัจฉริยะกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนจะนัดมารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 30 มิถุนายนนี้ แต่วันนี้ตนมาแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อน และเมื่อถึงวันนัดตนก็จะไม่มา เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม แค่ขอดูหนังสือมอบอำนาจก็ไม่ได้ โดยตนจะใช้สิทธิเลื่อนนัดออกไป ให้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และมั่นใจว่าสุดท้ายจะนำหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาได้แน่นอน เพราะตนไม่ได้พูดเท็จ และนี่เป็นคดีขี้หมา