หน้าแรก ในประเทศ เจ้าของอาคารพ...

เจ้าของอาคารพาณิชย์ร้อง อดีตนักการเมืองถมที่เปลี่ยนทางรับน้ำ ทำน้ำไหลทะลักท่วมทรัพย์สินเสียหาย

30.10.16 | 21:41 น.

เจ้าของอาคารพาณิชย์และบ้านเช่าปากซอยอนุสรณ์ 200 ปี ร้องสื่อ อดีตนักการเมืองผู้กว้างขวางถมที่ดินในกรรมสิทธิ์กว่า 20 ไร่ เปลี่ยนเส้นทางรับน้ำภูเขา เชื่อมกับท่อระบายน้ำเทศบาลแต่รับไม่ไหว ทำน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ผู้เช่าเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณอาคารพาณิชย์และบ้านให้เช่าบนถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เพื่อดูร่องรอยความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม หลังฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อคืนวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนายกัณฐัศ กุลวานิช เจ้าของที่ดินบ้านเช่าและอาคารพาณิชย์ได้ร้องผ่านผู้สื่อข่าวว่า ทั้งหมดเกิดจากการที่เอกชนซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองพรรคดังมีการถมที่ดินเป็นพื้นที่กว่า 20 ไร่ (จากที่ดินทั้งหมดประมาณ 300 ไร่) ที่อยู่ด้านบนที่ดินของตน โดยมีการขุดเบี่ยงทางน้ำและปล่อยน้ำไหลลงท่อน้ำริมถนน แต่น้ำขณะฝนตกหนักมีปริมาณมากทำให้ไม่สามารถรับน้ำได้จึงไหลทะลักจากถนนเข้าท่วมบ้านและอาคารพาณิชย์ในที่ดินของตนจนเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นจากการเดินสำรวจพบว่า ด้านหน้าอาคารพาณิชย์และห้องเช่า (2 ชั้น 8 ห้อง) มีร่องรอยถูกน้ำเซาะที่บันไดทางลง และร่องรอยน้ำท่วมไปถึงห้องเช่าชั้นล่าง (4 ห้อง) ซึ่งเป็นห้องเช่าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีร่องรอยระดับน้ำที่ผนังและกระจกสูงประมาณ 50 ซม. ขณะเดียวกันก็มีร่องรอยดินโคลนจำนวนมากที่ไหลมากับน้ำถมเกือบเต็มพื้นที่ ที่หน้าห้องเช่าแต่ละห้องผู้เช่ามีการรื้อข้าวของเครื่องใช้ที่เสียหายออกมาทำความสะอาด และบางส่วนที่เสียหายไม่สามารถซ่อมได้เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าก็นำออกมารวมเพื่อนำไปทิ้ง ส่วนที่อีกด้านของขุมน้ำมีรถยนต์ของชาวต่างชาติซึ่งเป็นผู้เช่าจอดเสียหายอยู่อีก 1 คัน (เสียหายทั้งหมด 3 คัน) ซึ่งอยู่ระหว่างรอพนักงานจากศูนย์มาลากไปซ่อม ขณะเดียวกันที่บ้านพักคนงานอีก 1 หลัง คนงาน 4 คน ก็อยู่ระหว่างการทำความสะอาด ถึงแม้จะผ่านมา 2 วัน

นายกัณฐัศกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ( 28 ต.ค.) ตนเองและครอบครัวก็นอนหลับอยู่ในบ้านตามปกติ ขณะที่ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงค่ำเช่นเดียวกับผู้เช่าหลายหลัง กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น.ของวันที่ 29 ต.ค.ก็มีผู้เช่ามาเรียกบอกว่ามีน้ำท่วมจึงรีบลงมาดู พบว่าน้ำเข้าท่วมภายในบ้านหมดแล้ว ระดับน้ำในบ้านสูงประมาณ 30 ซม. จึงรีบออกไปเรียกผู้เช่าหลังอื่นๆ ซึ่งขณะนั้นมีหลายหลังที่ยังไม่ทราบ หลังแจ้งผู้เช่าเสร็จจึงสั่งให้คนงานรีบนำรถออกจากที่จอด แต่เนื่องจากที่จุดจอดมีน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 50 ซม.-1.5 เมตร จึงสามารถเอารถกระบะซึ่งน้ำยังไม่ท่วมเครื่องยนต์ออกได้เพียง 1 คัน ส่วนรถเก๋ง 3 คันของผู้เช่าถูกน้ำจมเสียหาย ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ภายในบ้านแทบทุกหลังที่อยู่ชั้นล่างนั้นเสียหายเกือบทั้งหมด ซึ่งมูลค่าขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้

ทั้งนี้ คิดว่าสาเหตุที่น้ำเข้าท่วมอย่างรวดเร็วน่าจะมาจากที่มีการถมที่ดินกว่า 20 ไร่ ด้านหลังที่ดินตน อดีตเคยเป็นพื้นที่รับน้ำที่ลงมาจากภูเขาภายในซอยอนุสรณ์ 200 ปี ซึ่งเป็นของอดีตนักการเมืองชื่อดัง จนทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วม

Advertisement

ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมีการถมที่ดินดังกล่าวประมาณเดือนสิงหาคม 2558 ตนเองก็ไม่เห็นด้วยเนื่องจากจะทำให้ที่ดินของตนเป็นพื้นที่รับน้ำ จึงได้เข้าร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตเพื่อให้ตรวจสอบแนวกำแพงที่ดินซึ่งอาจไม่สามารถรับน้ำจำนวนมากที่ไหลลงจากภูเขาได้ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าทางเจ้าของที่ดินมีการขออนุญาตปรับถมที่ดินไว้กับเทศบาลตำบลวิชิต ที่ความสูง 2.5 เมตร และต่อมาได้ขอแก้ไขอีกครั้ง เป็น 2.5-5 เมตร แต่จากระยะจริงที่ถมพบว่าความสูงเมื่อเทียบจากที่ดินของตนสูงประมาณ 8-10 เมตร

ทั้งนี้ หลังการร้องเรียน เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2559 ทางศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ตได้แจ้งผลการตรวจสอบ ซึ่งเป็นผลตรวจสอบจาก โยธาธิการและผังเมือง ภูเก็ตว่าได้ตรวจสอบแบบโครงสร้างการปรับถมดินและแนวกำแพงดิน ปรากฏว่าแปลนโครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดด้านโครงสร้างกำแพงกั้นดิน ,รายการคำนวณโครงสร้าง ที่แสดงว่ารับน้ำหนักการถมได้หรือไม่ และไม่มีใบประกอบวิชาชีพของวิศวกรโยธา ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ กระทั่งได้มีคำสั่งชะลอจนกว่าจะยื่นเอกสารทั้งหมด โดยทางเจ้าของที่ดินได้ยื่นแบบต่อเทศบาลตำบลวิชิตเพื่อส่งต่อให้ศุนย์ดำรงธรรมในภายหลัง พร้อมแจ้งว่าไม่สามารถเข้าสร้างกำแพงกั้นดินได้เนื่องจากเป็นพื้นที่ดินโคลน ต้องมีการถมดินก่อนสร้างกำแพงในภายหลัง ขณะเดียวกันมีการขุดเบี่ยงทางน้ำเข้าตรงกลางที่ดินไหลมาออกตรงคูระบายน้ำซึ่งมีขนาดเล็ก ทำให้น้ำไหลไม่ทันและท่วมถนนก่อนไหลเข้าท่วมพื้นที่ของตน ตามที่เคยแสดงความกังวลและร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมไว้

นายกัณฐัศกล่าวต่อว่า ขณะนี้นอกจากความเสียหายเรื่องทรัพย์สินที่เกิดขึ้นแล้วยังทำให้ผู้เช่าบางรายตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นเนื่องจากมีความกังวลว่าน้ำจะท่วมอีก ตนเองในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าของที่ดินซึ่งเป็นผู้กว้างขวาง และภาครัฐหาแนวทางร่วมกัน ทำระบบท่อน้ำให้มีความสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลลงจากเขา เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมผิวจราจรและพื้นที่ของตนอีก