ป.ฝากขังคนสุดท้าย ‘สามารถ’ แก๊งฆ่าโหดสองสามีภรรยาคนไทยที่ไต้หวัน ค้านประกัน พฤติการณ์เหี้ยมโหด ไร้ญาติยื่นประกัน นอนคุก
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก นายสามารถ แซ่หลี อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่านายประเสริฐ โนราษ อายุ 32 ปี และ น.ส.พจนีย์ แซ่หลี่ อายุ 35 ปี สองสามีภรรยาชาวไทย ซึ่งฝ่ายหญิงตั้งครรภ์อยู่ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ประเทศไต้หวัน แล้วทิ้งศพไว้ท้ายรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู บริเวณลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเถาหยวน เขตเถาหยวน เมืองซินเป่ย ประเทศไต้หวัน แล้วหลบหนีกลับมาประเทศไทยก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามติดตามจับกุมตัวได้ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.1220/2565 ลงวันที่ 18 มิ.ย.2565 ที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288(4) ประกอบมาตรา 83
ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
ทั้งนี้ การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยจะต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 20 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติพิมพ์มือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง, รอพยานหลักฐานจากประเทศไต้หวัน จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.-4 ก.ค.นี้
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการให้ประกันตัวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง มีการก่อเหตุนอกราชอาณาจักร โดยผู้ต้องหาลงมือกระทำความผิดอย่างโหดเหี้ยม เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญทั้งที่ประเทศไต้หวันและในประเทศไทย และคดีเป็นที่สนใจของประชาชน ภายหลังลงมือก่อเหตุผู้ต้องหากับพวกหลบหนีความผิดมายังประเทศไทย
ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ร่วมก่อเหตุในคดีนี้อีก 2 คนคือ นายสันติ หรือหยาง ศุภอภิรดีไพลิน และนายธนวัฒน์ พุ่มเข็มทอง นั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจับกุมตัวและฝากขังต่อศาลอาญาก่อนหน้านี้ และถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
ต่อมาเมื่อถึงเวลาปรากฏว่าไม่มีผู้ใดยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายสามารถ แซ่หลี ผู้ต้องหา ไปควบคุมยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

