ผบ.ตร.สรุปถวายสักการะพระบรมศพ29-30ต.ค.เรียบร้อยดี-พร้อมให้ต่างชาติชมวังวันแรก1พ.ย.

31.10.16 | 14:48 น.

ผบ.ตร.สรุปถวายสักการะพระบรมศพ 29-30 ต.ค.เรียบร้อยดี ยอดคนเรือนแสน-พร้อมให้ต่างชาติชมวังวันแรก 1 พ.ย.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงภาพรวมการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ช่วงวันที่ 29-30 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมเป็นต้นมา ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของตำรวจใช้เจ้าหน้าที่ 3,000-3,500 นาย กระจายอยู่ตามจุดคัดกรองต่างๆ บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ภารกิจของตำรวจมี 3 ส่วนด้วยกัน คือ การถวายความปลอดภัยให้กับพระบรมวงศานุวงศ์ ดูแลแขกต่างประเทศ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและร่างกายของประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะ

“ส่วนข้อห่วงใยขณะนี้ไม่ใช่เรื่องการจราจร แต่เป็นการจัดคิวให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะ ที่ผ่านมาปรับตามสถานการณ์ ส่วนจะมีการขยายเวลาเพิ่มหรือไม่นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกับทหาร เป็นหน่วยงานหลักเรื่องการจัดคิว ส่วนกรณีที่มีการตรวจยึดมีด คัตเตอร์ และกรรไกรจำนวนมากตามจุดคัดกรองนั้น ไม่ได้เป็นการนำมาก่อเหตุ แต่คงเป็นลืมและติดตัวมาด้วย เจ้าหน้าที่ได้พยายามสแกนบุคคลที่เข้ามาอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมาจนขณะนี้ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่เพื่อความไม่ประมาทได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจตระเวน บริเวณรอบนอกในระยะ 10 กิโลเมตรด้วย สำหรับข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับกับผมโดยตรงไว้ 4 เรื่อง คือ เรื่องการจราจร เรื่องมิจฉาชีพ เรื่องเด็กหาย พลัดหลง และการดูแลผู้สูงอายุ ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้ ถ้าเปรียบเทียบกับจำนวนคนที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ ดูแลได้เป็นอย่างดี” ผบ.ตร.กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.รอง ผบช.น.) กล่าวว่า จำนวนประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ในวันที่ 29 ตุลาคม มีประชาชนเดินผ่านจุดคัดกรองประมาณ 190,000 คน และในวันที่ 30 ตุลาคม มีประมาณ 150,000 คน ในจำนวนนี้อาจมีประชาชนหลายคนเดินเข้าออกหลายจุดคัดกรอง ทำให้ไม่สามารถนับจำนวนที่ชัดเจนได้ แต่ถ้านับจำนวนประชาชนจริงคาดว่าประมาณเกือบ 1 แสนราย

ด้าน พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 ช่วยราชการ ศปก.ตร. เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ประมาณ 39,400 ราย ในวันที่ 1 พฤศจิกายน จะเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าชมภายในพระบรมมหาราชวังเป็นวันแรก ทางเจ้าหน้าที่จะให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี และให้ประชาชนที่จะเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เข้าทางฝั่งประตูมณีนพรัตน์แทน เนื่องจากบริเวณประตูวิเศษไชยศรี จะมีจุดคัดกรอง ตรวจสิ่งของ การแต่งกายของนักท่องเที่ยว โดยเส้นทางการเข้าชมสถานที่ในพระบรมมหาราชวังจะไม่ทับกับเส้นทางที่ประชาชนจะเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ส่วนการแต่งกายของนักท่องเที่ยวนั้น ได้ประสานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์ให้แต่งกายด้วยความเหมาะสม และไม่ให้นักท่องเที่ยวนำกระเป๋าติดตัวมามาก จะเป็นปัญหาล่าช้าในการตรวจคัดกรอง แต่อยากให้นำหนังสือเดินทางมาด้วยเพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ส่วนกรณีที่มีประชาชนนำของบริจาคที่ได้รับภายในพื้นที่สนามหลวงไปจำหน่ายต่อนั้น จะบอกว่าเป็นความผิดก็คงไม่ได้ เป็นเพียงการกระทำที่ไม่เหมาะสม เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ และนำตัวมาทำประวัติ พร้อมทั้งทำความเข้าใจว่าไม่ควรทำแบบนี้ ส่วนการจัดการคนเร่ร่อนบริเวณสนามหลวงที่อาจทำให้ประชาชนบางส่วนกลัวนั้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นหน่วยงานดำเนินการในส่วนนี้ ให้นำบุคคลเร่ร่อนไร้ที่พึ่งไปสู่กระบวนการที่จะต้องออกไปจากพื้นที่ และจัดการในส่วนของสวัสดิการและอาหารการกินให้เรียบร้อย

Advertisement

ผบก.จร.ยันจัดจราจรได้”สักการะพระบรมศพ-เปิดเทอม”-สรุป48ยอดคดีสนามหลวง ลักทรัพย์-ต่างด้าว

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. กล่าวว่า การพิจารณาบริหารจัดการเส้นทางปิด เปิด หรือจุดจอดรถจะปรับตามความเหมาะสม รวมถึงจุดที่จะกำหนดให้นักท่องเที่ยวลงรถเพื่อเข้าชมพระบรมมหาราชวัง โดยจะดูในวันแรกก่อนหากไม่คล่องตัวก็ปรับ ทั้งนี้ในวันธรรมดา จันทร์ถึงศุกร์จะปิดชั้นใน 8 สาย ส่วนวันหยุดจะปิดเต็มรูปแบบ 27 สาย ส่วนกรณีที่เข้าสู่ช่วงเปิดภาคเรียนนั้น ที่ผ่านมาบางโรงเรียนใกล้เคียงสนามหลวงเปิดไปแล้ว เท่าที่ดูการจราจรสามารถบริหารจัดการได้ กระทั่งวันนี้ที่โรงเรียนหลายแห่งเปิดภาคเรียนพร้อมๆ กัน พบว่าการจราจรยังไม่มีปัญหาน่ากังวล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ บก.จร.จะประเมินและปรับเพื่ออำนวยความสะดวกจราจรมากที่สุด

ขณะที่ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษก ตร. สรุปภาพรวมคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่สนามหลวงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งคนหาย 11 ราย พบแล้วทุกคน เป็นการพลัดหลงกัน ส่วนการรับแจ้งความมีผู้มาแจ้งความโดนทำร้ายร่างกาย 2 ราย ลักทรัพย์ ล้วงกระเป๋า กรีดกระเป๋า 14 ราย โดยการกรีดกระเป๋าจะเกิดขึ้นนอกพื้นที่สนามหลวง เพราะเมื่อเดินผ่านเครื่องสแกนของเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจยึดอุปกรณ์ ของมีคมต่างๆ และคดีที่รัฐเป็นผู้เสียหายแจ้งความจับต่างด้าวจำนวน 7 ราย ลืมกระเป๋าอื่นๆ อีก 25 คดี รวมทั้งสิ้น 48 คดี เน้นย้ำอย่านำของมีค่ามาสวมใส่เข้าพื้นที่ เพื่อจะเป็นการป้องกันเหตุอีกทางหนึ่ง ส่วนการดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดำเนินคดีไปแล้ว 10 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินคดี 15 ราย

แพทย์รพ.ตำรวจตั้งเต็นท์สนามหลวง ช่วยปฐมพยาบาลเฉียด5พันราย

พล.ต.ต.วิฑูรย์ นิติวรางกูร รรท.นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) กล่าวว่า ได้ตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อดูแลร่างกายและจิตใจของพี่น้องประชาชนที่เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งเต็นท์หน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริเวณท้องสนามหลวงด้านประตูวิเศษไชยศรี การดำเนินการมีการจัดแพทย์ พยาบาล เภสัชกร จิตแพทย์ และนักจิตวิทยา ให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมจนถึงปัจจุบัน ได้ดูแลประชาชนในพื้นที่สนามหลวงทั้งตั้งรับและเชิงรุก โดยในเชิงรุกได้มีการเดินออกไปดูว่ามีใครเป็นลมและเจ็บปวดบ้างและนำเข้ามารักษาพยาบาลภายในเต็นท์ มีประชาชนเข้ามาใช้บริการในเต็นท์ 4,881 ราย เราจะมีการจดชื่อและที่อยู่ไว้หมด รวมถึงคนที่ไม่สามารถออกไปได้หลังจากรักษาพยาบาล จะมีการดูแลในเบื้องต้น 244 ราย และในจำนวนนี้จะมีคนไข้หนักที่จำเป็นจะต้องส่งต่อ เราจะมีการประสานที่ศูนย์นเรนทรรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำคนไข้ออกจากพื้นที่ โดยการส่งต่อทั้งหมด 37 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้ที่หนักและไม่สามารถที่จะกลับบ้านได้ต้องอยู่โรงพยาบาล เช่น คนไข้โรคหัวใจ อุบัติเหตุล้ม

“สำหรับกรณีที่ฉุกเฉินไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้จริงๆ จะต้องนำผู้ป่วยออกทางน้ำเพื่อส่งต่อโรงพยาบาลศิริราช ส่วนในด้านจิตเวชเรามีนักจิตวิทยา รวมถึงได้รับความร่วมมือจากกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีคนเข้ามาปรึกษาด้านจิตเวช รวมถึงหลายๆ รายที่มีลักษณะของคนที่หายใจเร็วขณะที่ขบวนอัญเชิญพระบรมศพเคลื่อนผ่าน อาจเสียใจมากๆ และเกิดอาการช็อก ส่งผลทางด้านจิตใจมีจำนวนทั้งสิ้น 76 ราย เป็นจำนวนมากทีเดียวสำหรับกรณีอย่างนี้ นอกจากนี้มีการแจกพิมเสนน้ำกว่า 70,000 ขวด เพราะที่ผ่านมาแพทย์พบว่าประชาชนป่วยเป็นลมแดด อากาศร้อน ร่างกายขาดน้ำ” รรท.นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) กล่าว