วันที่ 31 ต.ค.59 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมสะแกกรัง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี นายไมตรี ไตรติลานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยนายนุภาษ สันตยานนท์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนสถาบันเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โรงสีข้าว และภาคเอกชน ร่วมกันประชุมเร่งหารือในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเนื่องจากขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ปี 59/60 และบางพื้นที่มีปัญหาราคาข้าวถูกกดราคาต่ำซึ่งถือเป็นความเดือดร้อนของประชาชนผู้ปลูกข้าวในขณะนี้เป็นอย่างมาก
นายนุภาษกล่าวว่า คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด และคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ได้ร่วมกันปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน โดยในครั้งนี้สรุปได้แนวทางการช่วยเหลือใน 2 มาตรการหลัก คือ มาตรการช่วยเหลือค่ารถเกี่ยวข้าว โดยจะช่วยดูแลให้อยู่ในราคาประมาณ 450 บาท ต่อไร่ รวมถึงเรื่องของตราชั่งเครื่องวัดความชื้น และจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการช่วยตรวจสอบในทุกอำเภอในการให้เข้าไปดูแลคอยตรวจสอบความถูกต้องไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างจริงจัง ส่วนมาตรการสุดท้ายคือ การมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ในแต่ละกลุ่มเป็นผู้ประกอบการเอง มุ่งเน้นในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือในรูปแบบสหกรณ์ โดยมีธนาคารสินค้าเกษตรเปิดให้เกษตรกรเอาข้าวเปลือกมาแปรรูปเป็นข้าวสารและบรรจุถุงขายในนามของสหกรณ์ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรโดยเน้นในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐาน gmp, organic thailand ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรให้เกษตรกรในจังหวัดอุทัยธานีด้วย
ด้านนายวีระพงศ์กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำในขณะนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีข้าวเปลือกออกมาสู่ตลาดพร้อมๆ กัน ประกอบกับราคาของตลาดโลกที่มีรอบต่ำสุดในรอบหลายปี และช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนตกเยอะข้าวเปลือกที่เกษตรกรนำไปขายจะมีความชื้นสูง ถ้านำไปขายในความชื้นที่ 30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป โรงสีข้าวก็ต้องปรับลดตามเกณฑ์ ความชื้นละ 100 บาท แต่ถ้าความชื้นต่ำกว่า 15% ราคาก็ยืนอยู่ราคาใกล้เคียงกับทุกปีที่ผ่านมา
โดยในส่วนของนายอัฒฒ์พบ เจ้าเจ็ด ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า เกษตรกรในปัจจุบันไม่เหมือนเกษตรกรในสมัยก่อน เกษตรกรยุคใหม่นี้เกี่ยวเท่าไหร่จะนำออกจำหน่ายทั้งหมด ส่วนพันธุ์ข้าวก็จะไปซื้อพันธุ์จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวนั้น มีสิ่งเจือปนจำนวนมากหากนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์อาจจะประสบปัญหาข้าวดีด ข้าวเด้งได้ ดังนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่จึงนิยมซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวมากกว่าเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ในปีต่อไป

