ตร.PCT บุกทลายแก๊งพนันออนไลน์ ‘Fifa555’ ยึดเงินสด 42 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ Police Cyber Taskforce-PCT แถลงผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ Fifa555 จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย เป็นชาย จำนวน 3 ราย หญิง 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง 6 รายการ ประกอบด้วย รถยนต์ 3 คัน, เงินสดกว่า 42 ล้านบาท, บัตรเอทีเอ็ม 70 ใบ, โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง, กระเป๋าแบรนด์เนม 5 ใบ และเครื่องนับธนบัตร 2 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดำเนินการ กวดขันจับกุมอาชญากรรมทางออนไลน์ 5 กลุ่ม ช่วงวันที่ 20-30 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ ผู้รับจ้างเปิดบัญชี หรือบัญชีม้า โดยคดีนี้ชุดปฏิบัติการที่ 4 PCT นำโดย พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 4 PCT, พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ รอง ผบก.ปส.4 ทำการสืบสวนจนพบว่าเว็บไชต์พนันออนไลน์เครือข่าย Fifa555 ซึ่งมีการโฆษณาชักชวนเล่นการพนันออนไลน์อย่างแพร่หลาย ได้ใช้หอพักย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่เป็นที่ทำงาน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการสะกดรอยจนพบว่ามีผู้ต้องหากลุ่มหนึ่งกำลังจะนำเงินส่งให้กับผู้ต้องหาอีกกลุ่ม ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในย่านรัชดาภิเษก จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พบเงินสดติดตัวจำนวนหลายล้านบาท จากนั้นได้พา น.ส.มรกต (สงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้ต้องหาไปค้นห้องพักย่านเพชรบุรีตัดใหม่ พบเงินอีกหลายสิบล้านบาท และได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่ต่างๆ ตามหมายค้นศาลอาญาพบเงินสดอีกหลายสิบล้านบาท และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ดังกล่าว

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

