กฟน.มอบเงินช่วยเเหยื่อเพลิงไหม้สำเพ็ง 3ราย เร่งตรวจสอบสาเหตุ ยันไม่ปัดความรับผิดชอบ

29.06.22 | 12:35 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่สน.จักรวรรดิ นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และโฆษก กฟน. มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับกลุ่มร้านค้ารถเข็นซึ่งได้แจ้งความและประเมินค่าเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ใกล้ท่าน้ำราชวงศ์ ถนนราชวงศ์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นางรำไพ ซาววงศ์ จำนวนเงิน 17,000 บาท นางสาวสมใจ โสพิษ จำนวนเงิน 6,000 บาท และนางแพง อรสาม จำนวนเงิน 13,000 บาท โดยมี โดยมี พล.ต.ต.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.นนท์ นุ่มบุญนำ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.6 รรท.ผกก.สน.จักรวรรดิ ประสานงาน


นายจาตุรงค์ กล่าวว่า กฟน. ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทาง กฟน.ได้ดำเนินมาตรการเยียวยาเร่งด่วน เพื่อให้ผู้ประสบเหตุได้รับความช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยนอกจากผู้เสียหายในกลุ่มร้านค้ารถเข็นแล้ว ได้มีการติดต่อให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และอยู่ระหว่างการติดต่อให้ความช่วยเหลือกับผู้ได้รับผลกระทบในกลุ่มอื่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่สามารถดำเนินการได้ ส่วนด้านกระบวนการทางกฎหมาย ยังต้องรอผลการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ และมูลค่าความเสียหาย เพื่อให้ความเป็นธรรมสูงสุดต่อผู้ได้รับผลกระทบ

นายจาตุรงค์ กล่าวยืนยันว่า จะปรับปรุงแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เหตุสูญเสียเกิดขึ้นอีก โดยมีมาตรการทบทวนแผนการบำรุงดูแลรักษาอุปกรณ์เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ นำนวัตกรรมการแจ้งเตือนเหตุสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้ามาใช้เพิ่มเติมจากระบบเดิมที่มีอยู่ พร้อมเร่งตรวจสอบดูแลระบบไฟฟ้ารวมถึงจุดเสี่ยง และจัดระเบียบสายสื่อสารร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ให้โทรไปยังสายตรงของสำนักงานเขตที่อาศัย จากนั้นสามารถรวบรวมค่าความเสียหายเพื่อแจ้งกับเจ้าหน้าที่ ส่วนในเรื่องประกัน หากผู้เสียหายทำประกันรถ หรือบ้านไว้ ก็สามารถแจ้งกับประกันภัยไว้ได้ จากนั้นทางประกันภัยจะทำเรื่องมายัง กฟน. ต่อไป

นายจาตุรงค์กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้น เมื่อได้ดูจากคลิปบันทึกเหตุการณ์ เห็นกลุ่มควันที่เกิดขึ้นจากด้านหลังหม้อแปลง ซึ่งปกติหม้อแปลงจะไม่มีควันขึ้นแบบนี้ เพราะหม้อแปลงเป็นโครงเหล็กโดยตามหลักแล้ว ภายในหม้อแปลงจะมีระบบป้องกัน มีการระบายความร้อน หากเกิดความร้อนสูงระบบก็จะตัดอัตโนมัติ จึงสงสัยว่าควันเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องดูจากกล้องวงจรปิดบริเวนข้างเคียง ทั้งนี้ ไม่ได้จะปัดความรับผิดชอบ แต่จะขอเยียวยาค่าเสียหายเบื้องต้นไปก่อน สำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถประกอบอาชีพได้

Advertisement

นายจาตุรงค์กล่าวอีกว่า ทราบว่าเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา มีควันเกิดขึ้นที่สายไฟฟ้า ใกล้กับจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ จนทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบก็พบว่า เป็นไฟช็อตที่สายไฟฟ้าตามปกติ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็เมื่อตรวจเชิงลึกพบว่า มีการลักลอบเดินสายไฟจากบ้านหลังหนึ่งไปที่สายไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำลักษณะนี้เป็นอันตรายที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่จึงได้ตัดสายไฟออก ส่วนตัวเจ้าของสายขณะนี้ยังไม่พบแต่อย่างใด ทั้งนี้หากต้องการเดินสายไฟ

นายจาตุรงค์กล่าวอีกว่า อุปกรณ์ของทางการไฟฟ้า ไม่ควรนำมาดัดแปลง เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้ ในส่วนของสายไฟบนเสานั้น ของการไฟฟ้ามีเพียงแค่ 7 สาย คือ 3 สายบนสุด และ 4 สายที่อยู่ถัดลงมา ส่วนที่อยู่ต่ำกว่านั้น คือสายสื่อสารจากผู้ประกอบการโทรคมนาคม โดยหากจะมีการเดินสายต้องแจ้งไปทาง กสทช.ให้รับทราบ แล้วจึงมาขออนุญาตกับทางการไฟฟ้า จึงจะทำได้ แต่พบว่ามีบางรายไม่ได้ขออนุญาต และมีการเพิ่มจำนวนสายสื่อสารในจุดต่างๆ ซึ่งในการเพิ่มสายสื่อสารนี้ บางครั้งก็จะทิ้งสายเดิมไว้ หรือที่เรียกว่า สายตาย จนทำให้มีสายเคเบิ้ลรกรุงรังเป็นจำนวนมาก โดยหากพบว่ามีการกระทำดังกล่าวก็จะสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้

ด้าน นางรำไพ ซาววงศ์ อายุ 55 ปี กล่าวว่า เป็นแม่ค้าขายกาแฟโบราณ อยู่หน้าตึกแถวที่เกิดเหตุ มากว่า 20 ปี ในวันดังกล่าว ขณะกำลังขายของอยู่ เห็นควันลอยออกมาจากหม้อแปลงผิดปกติ จึงรีบหมุนรถเข็นเตรียมที่จะเข็นออกจากจุดดังกล่าว ก่อนจะมีคนตะโกนว่า มีน้ำอะไรบางอย่างหยดลงมา ตนก็กำลังจะรีบเข็นรถออก แต่ไม่ทัน อยู่ๆเกิดเพลิงปะทุขึ้นที่หม้อแปลง จึงรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ไม่ทันได้เข็นรถออกมาด้วย ทำให้ข้าวของในรถเสียหายทั้งหมด วันนี้ได้รับเงินเยียวยาทั้งสิ้น 17,000 บาท ก็รู้สึกพึงพอใจ เพราะหลังจากที่เกิดเหตุไฟไหม้ ก็ไม่ได้ขายของมาหลายวันทำให้ขาดรายได้ หลังจากนี้จะนำเงินจำนวนนี้ไปซื้ออุปกรณ์ขายของใหม่ แล้วก็คงจะกลับไปขายในระแวกเดิม เพราะขายที่นั่นมานานแล้ว

นางรำไพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหม้อแปลงดังกล่าวไม่เคยเกิดความเสียหาย หรือ ช็อตแต่อย่างใด นอกจากนี้ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบตลอด หลังจากนี้อยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาจัดระเบียบสายไฟ และ ดูแลให้ดีกว่านี้ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก