เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ร.ต.อ.กฤตภาส ขันธวุธ พนักงานสอบสวน สภ.โขงเจียม อ.โขงเจียม นำผู้ต้องหาสร้างรีสอร์ตหรู 4 แห่งรุกที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ซึ่งประกอบไปด้วย นายพัฒน์พงษ์ สังคพัฒน์ ในฐานะผู้จัดการเรือนกะยอมรีสอร์ท, นางนิลา สิงห์คีรี ผู้ครอบครองบ้านไม้หอม , นายบดินทร์ ศรีชัย ผู้ครอบครองศรีชัยริเวอร์อินน์ และนายพฤทธิสิทธิ์ บุญทน ผู้ครอบครองบ้านดินผาแต้ม ซึ่งจากการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา นำตัวส่งพนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี
พ.ต.อ.ธรรมจักร คงมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าในการดำเนินคดีกับผู้ครอบครอง 4 รีสอร์ตหรู ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นทางคดี โดยมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาและได้นำตัวพร้อมสำนวนการสอบสวนส่งพนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการในทางคดีต่อไป
การดำเนินคดีล่าสุดครั้งนี้ มีขึ้นจากกรณีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมานายนครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานีให้ดำเนินคดีกับรีสอร์ต 4 แห่งสร้างรุกที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประกอบด้วย เรือนกระยอมรีสอร์ต บ้านดินผาแต้ม, ศรีชัยริเวอร์อินน์ และบ้านไม้หอม ซึ่งปลูกสร้างติดริมแม่น้ำโขง ที่ตั้งของรีสอร์ตทั้งหมดมีการรุกล้ำสร้างเข้าไปในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม โดยจากการตรวจสอบเอกสารที่แสดง และสอบถามข้อเท็จจริงจากพยานบุคคล พบว่ารีสอร์ต 2 แห่ง เอกสาร ส.ค.1 ที่นำมาแสดง ไม่ตรงกับต้นขั้วฉบับที่ว่าการอำเภอโขงเจียม และอีก 2 แห่ง ไม่สามารถระบุยืนยันตำแหน่งที่ตั้งได้ ในส่วนการอ้างซื้อที่ดินต่อมาจากชาวบ้านที่ทำกินอยู่เดิม ทางอุทยานแห่งชาติอนุญาตให้ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ และป่าสงวนแห่งชาติสามารถทำกินได้ แต่ไม่อนุญาตให้ทำเชิงธุรกิจหรือมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 64 เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม
นายนครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม กล่าวว่าที่ผ่านมาสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จมาตั้งแต่ปี 2557 โดยได้ข้อสรุปว่ามีการรุกล้ำสร้างรีสอร์ตเข้าไปในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเป็นขั้นตอนของกฎหมายเมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.โขงเจียม อ.โขงเจียม เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของรีสอร์ตทั้ง 4 แห่ง ในข้อหาก่อสร้างแผ้วถางหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดครองที่ดินก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และกระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวดทราย โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดินก่อสร้างแผ้วถางเผาป่า ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2534 มาตรา 97 ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากร

