หน้าแรก ในประเทศ ชาวนาท้ายเขื่...

ชาวนาท้ายเขื่อนลำพระเพลิง เผยยอมงดทำนาปรังหากชลประทานร้องขอ หลังปริมาณเก็บน้ำอยู่ที่ 45%

1.11.16 | 10:10 น.

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่สถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ยังคงมีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยล่าสุดวันนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 45 เปอร์เซ็นต์ จากความจุกักเก็บ 155 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ทางเขื่อนลำพระเพลิง ต้องมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในการอุปโภคบริโภคและเตรียมประชุมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำ (JMC) เพื่อกำหนดทิศทางและการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2560 ทางเขื่อนลำพระเพลิงก็เตรียมการนำมาตรการในการงดทำนาปรังในทุกพื้นที่ในเขตลุ่มน้ำลำพระเพลิง และจะมีการส่งเสริมให้เพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เข้าประชุมกับกลุ่ม (JMC) ก่อนที่จะหาข้อสรุปแล้วนำมติที่ได้มาประชุมร่วมกับทางจังหวัดนครราชสีมา ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในช่วงต้นเดือนนี้

นายเกรียง จวนตะขบ อายุ 48 ปี เกษตรกรในพื้นที่บ้านตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำพระเพลิงที่มีอยู่ในขณะนี้ก็ส่อให้เห็นว่า การปลูกข้าวนาปรังหน้าแล้งคงไม่สามารถทำได้ ดังนั้น ก็จะต้องหันไปหาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน หวั่นไม่มีน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภค เพราะทางเขื่อนก็จะต้องส่งน้ำไปยังโรงผลิตน้ำประปาเพื่อส่งให้ประชาชนได้ใช้เช่นเดียวกัน ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือหากมีการร้องขอเข้ามา เนื่องจากหากไม่มีการประหยัดน้ำ ทุกคนก็จะไม่มีน้ำใช้ ส่วนพืชใช้น้ำน้อยที่ตนเองได้เล็งไว้เพื่อนำมาปลูกในพื้นที่นั้นก็จะเป็นถั่วเขียว ซึ่งเป็นพืชที่ใช้ในการดูแลน้อยกว่าทุกๆ อย่าง อีกทั้งต้นทุนในการดูแลก็จะน้อยกว่าการเพาะปลูกข้าว

201611010936163-20041020133743

ด้านนายน้อย ทับฉิมพลี อายุ 60 ปี เกษตรกรในพื้นที่บ้านป่ากล้วยพัฒนา หมู่ 15 อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนที่มีระดับน้ำต่ำอยู่นั้นตนเองทราบดีแล้ว ดังนั้น ตนเองจึงคิดว่าทางชลประทานก็จะต้องขอความร่วมมือกับเกษตรกรในทุกพื้นที่ในการหยุดปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะหันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน อย่างเช่น ผักชี ซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำในการดูแลที่น้อย อีกทั้งราคาท้องตลาดก็ดี เนื่องจากน้ำที่เหลืออยู่นั้นก็จะต้องเอาไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ซึ่งส่วนตัวแล้วก็พร้อมที่จะปรับตัวหากทางชลประทานขอความร่วมมือเข้ามา