หน้าแรก ในประเทศ ศบค.เผย 4 จว....

ศบค.เผย 4 จว. รับวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้น 60% ขอปชช.เร่งบูสต์ 8 ก.ค.นี้

30.06.22 | 13:36 น.
ศบค.เผย 4 จว. รับวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้น 60% ขอ ปชช.เร่งบูสต์ 8 ก.ค.นี้ ถกผ่อนมาตรการอีก

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ปัจจุบันมีการติดตามระบบการรายงานยอดผู้ติดเชื้อและผู้ที่เข้าระบบการรักษา เพราะเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านพ้นจากการที่เป็นโรคระบาดทั่วโลก ในวันนี้ บ้านเรายังมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR 2,695 ราย และรายงานผู้เสียชีวิต 14 ราย ส่วนสถานการณ์ผู้ป่วยปอดอักเสบวันนี้ สูงขึ้นไปกว่าช่วง 2 สัปดาห์ก่อน และผู้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในวันนี้ 292 ราย และผู้เสียชีวิตจากเดิมในวันที่ 17 มิถุนายน จะเห็นว่า ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาก

“ส่วนที่ ศบค.ชุดเล็ก ยังห่วง คือ จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ เพราะมีกราฟที่สูงขึ้น ทั้งนี้ สถานการณ์ยังเป็นไปตามการคาดการณ์ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการปลดล็อกมาตรการต่างๆ เช่น การสวมหน้ากาก ให้มีการผ่อนคลายยิ่งขึ้น รวมทั้งการเปิดให้บริการสถานบันเทิง ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็มีการคาดการสถานการณ์การรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่เข้ารับการรักษาในระบบเพิ่มขึ้นได้” พญ.อภิสมัยกล่าว

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อไปว่า แต่ตัวเลขที่สำคัญที่ทาง ศบค.ชุดเล็ก ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ สธ.หรือบุคลากรในพื้นที่สามารถรองรับได้ ซึ่งปัจจุบันอัตราการครองเตียงระดับ 2-3 รายงานในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กวันนี้ อยู่ที่ร้อยละ 9.9 ก็จะมีบางจังหวัดใหญ่ๆ เช่น สมุทรปราการ ที่อัตราการครองเตียงในระดับ 2-3 สูงเกินร้อยละ 20 แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่เกินร้อยละ 25 ตามที่ สธ.คาดการณ์ไว้

ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ส่วนของการเข้ารับการรักษาพยาบาลของประชาชน พบว่า ส่วนของการรักษาใน รพ.สนาม หรือศูนย์กักกันในชุมชน ปัจจุบันสัดส่วนลดลงอย่างมาก พี่น้องประชาชนส่วนมากได้ลงทะเบียนขอรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก หรือ OPSI

Advertisement

“คือเมื่อตรวจเอทีเค พบว่า มีเชื้อ ผู้ป่วยก็ไปติดต่อรับการจ่ายยาที่โรงพยาบาล (รพ.) ใกล้บ้าน ซึ่งเป็นการรักษาที่ สธ.เองก็มอนิเตอร์รายวัน และอาจจะทำให้มีการรักษาใน รพ.มีสัดส่วนน้อยลงตามลำดับ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ศบค.ชุดเล็ก ให้ความสำคัญอย่างยิ่งก็คือ อัตราการเสียชีวิตที่รายงานวันนี้ 14 ราย พบว่าร้อยละ 100 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ที่มีอายุเกิน 60 ปี และมีโรคประจำตัว และในจำนวนนี้มี 6 ราย ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลยแม้แต่เข็มที่ 1 และอีก 6 ราย ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว แต่เป็นระยะเวลาเกิน 3 เดือน” พญ.อภิสมัยกล่าว

พญ.อภิสมัยกล่าวอีกว่า สิ่งที่ ศบค.ชุดเล็กย้ำในวันนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย ขอให้ไปรับบริการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 โดยวานนี้ (29 มิถุนายน 2565) มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปทั้งหมด 7,000 ราย ถือว่าเป็นตัวเลขที่มีความคืบหน้าขอให้มากขึ้นในทุกๆ วัน ส่วนคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับเข็มที่ 1 ไปแล้วร้อยละ 80 ถือได้ว่าเป็นไปตามแผน ส่วนเข็มที่ 2 ของคนอายุ 60 ปีขึ้นไปมีร้อยละ 80 แต่เข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) ยังไม่ถึงเป้าหมาย จึงของเชิญชวนให้มารับบริการวัคซีนเข็มกระตุ้น

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ส่วนภาพรวมวัคซีนทั่วประเทศ กลุ่มที่ฉีดเข็มกระตุ้นแล้วมีร้อยละ 42.6 ซึ่งยังน้อย เราจะต้องช่วยกันเพิ่มตรงนี้ วัคซีนจะช่วยไม่ให้มีอาการรุนแรงไม่ป่วยหนัก ลดอัตราการเสียชีวิต โดยขณะนี้มีเพียง 4 จังหวัดเท่านั้น ที่มีการรับเข็มกระตุ้นเกินร้อยละ 60 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และภูเก็ต

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ในส่วนของมาตรการถอดหน้ากากที่ สธ.ได้ประกาศก่อนหน้านี้ ได้มีการระบุว่า มีผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงยังคงต้องขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ส่วนการถอดหน้ากากอนามัยนั้น เป็นความสมัครใจบนข้อจำกัดที่มีความเสี่ยงยังคงอยู่ และขอให้ประชาชนเน้นย้ำมาตรการส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น ขอให้ประชาชนติดตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดของแต่ละพื้นที่ด้วย เนื่องจากในแต่ละพื้นที่อาจจะมีมาตรการตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

“ส่วนของการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ จะมีการนำเสนอมาตรการต่างๆ มากมาย รวมถึงปรับลดมาตรการต่างๆ อย่างไร ขอให้พี่น้องประชาชนติดตาม แต่เน้นย้ำว่าจะต้องค่อยเป็น ค่อยไป การเปลี่ยนผ่านจะไม่สามารถทำได้อย่างก้าวกระโดด ส่วนการปรับลดมาตรการต้องดูที่พื้นที่เป็นหลักและดูในรายละเอียดที่กรมอนามัยประกาศไว้ด้วย” พญ.อภิสมัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการกลายพันธ์ุของโควิด-19 มีความน่ากังวลแค่ไหน พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ในส่วนของกรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด และมีการรายงานว่าที่พบส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ มีการพบในคนไทยบ้างแต่เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก และสถานการณ์ปัจจุบันยังคงเป็นโอมิครอนส่วนใหญ่ และทาง สธ.ในการติดตามข้อมูลยังไม่พบการรายงานความรุนแรงเท่าเดลต้า แต่อยากยืนยันว่า สธ.และ ศบค.จะมีการติดตามการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการปรับมาตรการต่างๆ แต่อย่างใด